[CR] Mi Band3 คนรักสุขภาพต้องลองใช้

ยอมรับเลยครับ ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่โทรมที่สุด  เพราะ ทำงาน จันทร์ – เสาร์ เช้างาน 8 โมง กว่าจะเลิกงานได้ก็ปาไปเกือบๆ 3 ทุ่ม – 4 ทุ่มแล้ว เวลานั้นสมงสมองล้าไปหมดครับ เลยวาง Thesis มาทำในช่วงวันอาทิตย์เป็นหลักครับ ส่วนวันทำงานปกติถ้าเลือก 3 ทุ่ม ก็ไปวิ่ง วิ่งคนเดียวในวงเวียนใหญ่ 555 (เวลานี้ปกติคนจะกลับไปหมดแล้วครับ) อย่างที่บอกไปครับ

ปีนี้เน้นสุขภาพครับ แต่งานโคตรเยอะครับ

และก็หวังว่าหลังจากเดือนกันยายนไป งานจะเริ่มดีขึ้นครับ เพราะ มีคนเข้ามาช่วย Support มากขึ้นแล้วครับ หลังจากการวางแผนการจัดการ Resource ที่ผิดพลาดในโครงการก่อนจน Resource ที่มีทำงานซ้ำซ้อนไปหมดครับ เรียน SE มาวิชา PM เออมันสำคัญจริงๆนะ แม้ว่าเราจะไม่ได้จัดการ Resource แต่เป็นกลไกไกลให้โครงการเดินต่อไปได้ควรรู้และเข้าใจครับ //บ่นมามากพอและ 555

วันที่ 9 เดือน 9 หลังจากรอบมานาน ก็โดนโปรไปครับ 555 โดยได้มาหลายอย่างเลย เช่น เมาส์ Ergonomic (เดี๋ยวจะมา Review นะครับ / หูฟัง Sony และ Mi Band 3 ครับ โดยที่สั่ง Mi Band 3 เพราะ อยากจะเอามาช่วยนับก้าวเดิน ดูการนอนแบบคร่าวๆ และจับอัตราการเต้นของหัวใจเมื่อวิ่งครับ เมื่อได้ของมาแล้วมาลองแกะกันครับ

สำหรับ Mi Band3 เมื่อแกะกล่องพบของ ดังนี้ครับ

This slideshow requires JavaScript.

  • ตัว Mi Band3
  • สายรัดข้อมือ
  • สายชาร์จครับ

ถ้าจะใช้งานจริงจังต้องมีลง App Mi Fit ด้วยนะครับ และต้องสร้างบัญชี Mi Account ด้วย ซึ่งก็สมัครได้หลายช่องทาง (ผมใช้ Facebook Login ครับ แต่จัดสิทิธิ์บางอย่างไม่ให้ Xiaomi ได้ครับ)

  • การเชื่อมต่อครั้งแรกต้องเปิด Bluetooth เพื่อ เชื่อมต่อครับ (ส่วนครั้งหลังๆมันจะเปิดอัตโนมัติ เมื่อเราเปิด App Mi Fit เพื่อ Sync ข้อมูลครับ)
  • ใช้ร่วมกันหูฟัง Bluetooth ของผมใช้ร่วมกับ Sony ก็ไม่มีปัญหาครับ
  • ลองเชื่อมกับ App วิ่งอย่าง Nike+ Run Club ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ส่วนวิธีการเชื่อมขอแยกเป็นอีก Blog ครับ
  • ลองใช้ให้มันจับเวลานอน ผมว่ามันก็จับได้แม่นอยู่นะ ระบบมันบอกเลยว่านอนน้อยมากก และนอนหลับไม่สนิทด้วย ซึ่งก็น่าจะจริง งานค้างคาใจมากครับ

เดี๋ยวลองใช้ไปจนถึงสิ้นปีน่าจะได้เขียนอีกทีใน Blog “Year in Review” ครับ

[CR] เหนื่อยก็พักที่ PowerNap @Interchange Tower MRT Asoke

ติดปัญหา Error ของ BPMN ตั้งนานครับ พอแก้ได้แล้วเลยมาผ่อนคลายบ้างครับ ^__^ โดยวันนี้ผมได้ไปที่ร้าน PowerNap @Interchange Tower MRT Asoke ครับ เห็นใน Facebook มาหลายรอบแล้ว พอดีผ่านมาแถวนี้ด้วยโอกาศดีเลยครับ เตรียมนอนช่วงบ่ายครับ

ที่อยู่ร้าน

  • ตึก Interchange ชั้น B1 ครับ ถ้ามีใต้ดินออกปุ๊บจะโพล่มาเกือบถึงเลย
  • สำหรับตัว PowerNap Lounge จะอยู่ลึกนิดนึงครับ โดยอยู่ชั้น B1 และผ่านช่องทางเล็กๆ จุดสังเกตุ คือ ร้าน Amazon ครับ เจอช่องเล็กๆพุ่งเข้าไปเลยครับ
  • ถึงทางเข้าร้านแล้วครับ
  • ป้ายร้านครับ

ภาพรวมร้าน

  • ตัวร้านมี 2 ส่วน
    • ส่วน Cafe กับ Co-Working Space ครับ แอร์เย็นสบาย Wifi-เร็วดีครับ

      This slideshow requires JavaScript.

    • ส่วนการนอน จะเป็นห้องมืด ไฟสลัวนิดนึงครับ

      This slideshow requires JavaScript.

  • ถ้ามาครั้งแรกมี Welcome Drink ด้วย – ได้มาแบบงงๆเลย ตอนแรกกะจะมานวด
  • และก็ที่มีให้เปลี่ยนรองเท้า เป็นรองเท้าแตะน้องปลาวาฬด้วยนะครับ สำหรับคนที่ใส่ถุงเท้ามาก็สวมทับเลย เข้าใจว่าป้องกันเรื่องกลิ่นครับ

โปรโมชั่นที่ผมได้ลอง

  • นวดด้วยเครื่องนวด 30 นาทีครับ + เครื่องดื่มครับ + ฟังเพลงผ่อนคลายครับ โดย
    • 20 นาที เป็นการนวด โดยมี 3 โหมด ให้เลือก ได้แก่
      • โหมด Swing – เก้าอี้นวด ยกขึ้น สลับลบ และนวดคลายจุดไป โดยแต่ละรอบแรงที่กดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นนะ
      • โหมดกดจุด – สำหรับคนชอบนวดแรงๆ หรือชอบนวดแผนไทย
      • โหมดหลับสบาย – ตัวเก้าอี้จะปรับเป็นสำหรับนอน และนวดผ่อนคลายเบาๆครับ
      • Note: ในช่วง 3 นาทีแรก ทางพนักงานจะมาติดตามสอบถามครับ ว่าเครื่องซาดิสไปไหม โดนกดตรงไหนแรง หรือเจ็บตรงไหนบ้างครับ
    • 10 นาที สุดท้ายเป็นการนอนพัก มีพนักงานเอาผ้ามาให้ห่มด้วย หลับสบายเลยเรา
  • ค่าเสียหายหละ
    • ถ้าราคาเต็ม 190 บาทครับ แต่วันนี้มีโปรมาคนเดียวลด 30% ครับ เหลือ 133 บาท (อิจจฉาคนมีคู่ เพราะถ้ามาเป็นคู่ จะได้โปร 1 แถม 1 ครับ
    • ราคาเครื่องดื่มรวมกับค่านอน 190 บาทแล้วครับ ผมได้สั่ง Italian Soda– Peach ชื่นใจตื่นเลยครับ ^___^

ปิดท้าย

  • สบายครับ หลับเพลินนน
  • ถ้าสนใจตามไปที่ Fackbook Fanpage ได้ที่ Power Nap Lounge ครับ

 

จะคุยกับลูกค้าแล้ว เราตกลงกันภายในแล้ว หรือยัง ?

สำหรับ Blog ตอนนี้ เป็น Blog ที่บ่นถึงปัญหาที่มักพบเจอในองค์กรที่รับพัฒนาซอฟต์แวร์ และก่อให้เกิดปัญหาจนเรียกว่า End Phase

ปัญหาที่ 1 : ก่อนเริ่มต้นโครงการ ตกลงกันภายในแล้ว หรือยัง ?

  • ตัวละครที่เกี่ยวข้อง – ทุกฝ่ายที่ช่วยให้ลูกค้า ตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการจากเรา
  • จุดประเด็น
    • อย่าแถ ถ้าไม่รู้จริง หรือตกลงกันก่อน เคสนี้ผมโดนมากับตัวเลยครับ 555 ก่อนที่ทีม Technical เข้าไปคุยกับลูกค้า ฝ่ายที่ต้องไปคุยก่อน คือ ทีม Marketing / Business คุยก็ลูกค้าอย่างไร ไม่รู้ เนื้องานงอกเฉย พอทีม Technical เข้าไปคุยต่อฉันตอบไปคนละทางกับทีมแรก แต่สิ่งที่ลูกค้ารู้ Fact แรกที่ได้รับมัน คือ ความจริง
    • เรื่องของเวลา อย่ามั่ว ถ้าอยากได้โครงการ เพราะ บางครั้งการบีบเวลาที่มากจนเกินไป งานเสร็จจริง แต่คุณภาพโหลยโถ่ย แถมทีมงานลาออก สิ่งที่ทีม PM และ Marketing ควรทำ คือ หาจุดที่เหมาะสมของเวลา ไม่ใช่ทำได้เสมอ เพราะในมุมมองของฝั่ง Technical พวกคุณ ไม่ได้ทำงานดึกข้ามคืนด้วยกันนะ และทุกคนมีแผนการจัดการเวลาของตัวเอง

ปัญหาที่ 2 : ทำอะไร ควรมีหลักฐาน !!!

  • ตัวละครที่เกี่ยวข้อง – ทุกทีมที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบในมุมเชิงเทคนิค / เชิงธุรกิจ และเชิงการจัดการ
  • จุดประเด็น
    • การเก็บ Requirement ไม่ใช่หน้าที่ของทีม Marketing การประเมินขอบเขต และราคา ควรเอาทุกฝ่ายช่วยกัน อย่างโปรเจคล่าลุดที่ผมเจอ Marketing จัดการทุกอย่างทั้ง Scope / Time และ Cost แถมดันไปเขียนสัญญาปลายเปิด ทีม Technical ที่ทำ ซวยสิครับ ทุกทีมออกไปหมดแล้ว เหลือทีม Technical มาตามเช็ด ตามล้าง นี่แหละ คือ End Phase งานที่ไม่สามารถทำเสร็จได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ของโครงการ
    • คุยกับลูกค้าที่น่ารักแล้ว หรือยัง แม้ว่าจะมีเอกสาร อย่าง Software Requirement Specification(SRS) แต่เคยจี้ให้ลูกค้าที่น่ารักอ่านกัน หรือยัง !! บอกหรือยังว่ามัน คือ ขอบเขตที่ทำ ผมเคยเจอคำพูดนึงที่เจ็บจิ๊ดมากกก SRS มันเป็นแค่เอกสารบอกโครงหยาบๆ ที่ทำงาน ผมเลยสวนกลับไปว่า งั้นผมประเมินราราคาหยาบๆ แบบเผื่อๆ ให้พี่ได้ไหม ในเมื่อพี่ก็อยากได้ระบบอยู่แล้ว หัวร้อนเลยทีเดียว ทำไปแก้ไป
    • ช่วง UAT != ช่วงเก็บ Requirement เป็นหลายที่มากๆ ที่ลูกค้ามองว่าช่วง UAT คือ ช่วงการเก็บ Requirement ใหม่ จากระบบที่พัฒนาจนเสร็จ จริงได้คำว่าเก็บ ผมมองว่ามันใช้คำผิดนะ พอใช้คำว่าเก็บ ลูกค้ามองว่ามันคงทำได้ง่าย แค่หยิบมันมา แต่สิ่งที่ทีมพัฒนาหยิบ มันจับต้องได้ไม่ได้

ปัญหาที่ 3 : ตกลงกันแล้ว ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน แล้ว หรือยัง ?

  • ตัวละครที่เกี่ยวข้อง – ทุกทีม
  • จุดประเด็น
    • จากบทสนทนานี้ จงวิเคราะห์
      • เดี๋ยวทีม Technical เข้ามาดูต่อให้ค่ะ จากคำกล่าวของทีม Marketing เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า
      • ลูกค้า : คุณช่วยดูสิ่งที่ผมแจ้งกับทีม Marketing
      • ทีม Technical : (คิดในใจ เรื่องอะไร !!!!) แล้วตอบ กำลังวิเคราะห์อยู่ครับ
      • ลูกค้า : ก็ Marketing บอกทำ POC สัปดาห์หน้าไป คุณเตรียม Demo ของระบบยัง (ทำไมมันเลื่อนเร็วขึ้น แถมเป็นคนละเรื่องอีก)
      • ทีม Technical : (…… ถาม Marketing หน้าที่ผมช่ายไหม Marketing ตอบสั้นๆ ว่าช่าย หัวร้อนกันเลยทีเดียว) อ๋อๆ ขอ Setup ระบบแปบนึงครับ

สำหรับ Blog นี้ ผมคงเน้นปัญหาที่สำคัญ คือ การสื่อสาร ทำความเข้าใจ และสร้างข้อตกลง ไม่งั้นก็จะเกิดเป็นปัญหา อย่างที่ผมเผชิญอยู่กับตัวรายงาน Data Set ที่ต้องส่ง BOT ไปๆมาๆ เหลือคนดูแล คือ ผมคนเดียว และทีมอื่นๆ หายไปหมด …… สุดท้ายพอแบบมีปัญหาอะไรไป ก็ได้แค่บ่น หรือเขียน Spec แบบจิ๊กกัดได้เท่านั้น T_____T

ใจเขา ใจเรา ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดแล้ว หรือยัง !!!

เกือบสมัคร K Plus ของ KBank ไม่ได้และ

จริงๆ ผมเองไม่ชอบผูกบัญชีธนาคารนะครับ เพราะเนื่องจากใช้ Tablet อยู่ทำธุรกรรมอะไรชาวบ้านรู้หมดครับ และอยากควบคุมการใช้เงินด้วย

พอเงินออกยาก มันทำให้เราได้คิดมากขึ้นด้วยครับ

แต่ Quote นี้ ขอยกเว้นบัตรเครดิตอันนึงนะครับ ตัวบัตรเครคิตเนี่ยที่ผมไม่ทำ เนื่องจากเคยโดนที่ไม่รู้ค่าของเงินขว้างใส่หน้าครับ

กลับมาที่เรื่อง K Plus กันต่อดีกว่าครับ เพราะเนื่องจากภาระหน้าที่ที่ยุ่งมาขึ้้น จนบางทีไม่ได้ออกจากบริษัทไปเลยทีเดียวครับ พอจะใช้ K Cyber ต้องรอ OTP อยู่ดี

แล้วทำไม เราไม่รวมทุกอย่างไว้ที่มือถือหละ

นั้นแหละครับ จึงเป็นที่มาของการลง Application K Plus สำหรับวิธีการสมัครตามเว็บ หรือที่ Application แนะนำครับ แต่ข้อควรระวังตอนสมัคร เนื่องจากเห็นที่ตัว Application  ไม่ได้บอกไว้นะครับ

  • เครื่องห้าม Root
  • อินเตอร์เนตที่ใช้สมัคร ควรเป็น 3G หรือ 4G ที่มาจากเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการผูกกับ K Plus นะครับ อยา่ใช้อินเตอร์เนตที่แชร์จากมือถือเครื่องอื่นนะครับ ไม่งั้นมันจะ Activate บัญชีไม่ได้

ส่วนอื่นๆที่อยากบ่น

  • ในแง่ของการ Design ระบบ ควรออกแบบใช้มี Message แจ้งเตือนให้ใช้งานได้ง่ายครับ ซึ่งช่วยลดปัญหาของทีม Call Center หรือ Support ได้ครับ จากปัญหาของผมเอง ตอนน้ั้นหัวร้อนมากก แต่ทนรอ Call Center ไป 27 นาที (เสียค่าโทรอีก ไม่รู้ว่า KBank จะช่วยจ่ายให้ผมไหม !!!!) เกือบจะไปโพสลง Pantip และ
  • การสมัคร K Plus อย่างเคสของผม ตัว Application ควรมี Message แจ้งเตือนว่าตอนนี้ใช้อินเตอร์เนตจากที่ไหน Wifi, 3G หรือ 4G ครับ และขึ้นข้อความเตือนนปัญหาการ Activate ที่ตู้ ATM ด้วยครับ
  • พอมาดู Application ของค่ายอื่นๆบ้าง มีการแจ้งเตือนนี่หว่า ดังรูป

ส่งท้าย เรื่องของความปลอดภัย(Security) กับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ (User Experience) แม้ว่ามันคนละขั้ว แต่มันสามารถหาจุดลงตัวได้ครับ

ฝากดวงประจำปี 2561

ถ้าดูข้อมูลแล้วครับ ปีนี้ผมรอดจากปีชงแล้วครับ แต่เพื่อความสบายใจ เพราะปีนี้อยากเรียนให้จบเลยมา เลยมาไหว้เสริมสร้างสิริมงคลครับ โดยวัดที่ผมวางแผนไว้ที 2 ที่ครับ

  • วัดทิพยวารีวิหาร (กั้มโล่วยี่)
  • ศาลเจ้าพ่อเสื้่อ-เสาชิงช้า (ตั่วเหล่าเอี๊ย)

Check Point 1 : วัดทิพยวารีวิหาร (กั้มโล่วยี่)

  • ที่ผมเลือกวัดนี้ เพราะคนน้อยครับ บรรยากาศร่มรื่นดีครับ โดยปีนี้มาไหว้พระ และฝากดวง (จริงๆ มันคล้ายๆกับแก้ปีชงนะ ไม่ชงก็ฝากได้ครับ เพราะใช้ของไว้ชุดเดียวกันนะ แต่ของผมฝากดวงเสริมบุญ อะไรแนวๆนี้ครับ) ตรงนี้จะขัดกับที่ผมเขียนไว้ใน Blog “มาแก้ปีชงที่วัดทิพยวารีวิหาร (กั้มโล่วยี่) ประจำปี 2560”
  • ค่าใช้จ่าย ไม่ต่างจากปีที่แล้วนะครับ
    • ธูปเทียน – มีธูป 21 ดอก และเทียน 2 เล่มครับ 10 บาท (ธูปที่นี้ดี ผมโดนควันแล้วน้ำตาไม่ค่อยไหลนะ)
    • น้ำมันเติมตะเกียง – เติมแสงสว่างในชีวิตครับ  20 บาท
    • เทียบแดง – เอาไว้เขียนชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิดครับ ใช้สำหรับฝากดวง 100 บาท
    • กระดาษเงิน/ทอง  ใช้สำหรับฝากดวง 100 บาท
  • บรรยายกาศภายในวัดครับ

    This slideshow requires JavaScript.

Check Point 2 : ศาลเจ้าพ่อเสือ-เสาชิงช้า (ตั่วเหล่าเอี๊ย)

  • ที่มาที่นี้ จริงๆ ต้องบอกว่าเห็น Ads เล็กของ Google ระหว่าง Search ครับ เลยลองมาดูครับ
  • หลังลองดูจาก Google Map แล้ว จริงๆไม่ได้ไกลกันมาเลยครับ ถ้าเดินก็ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที
  • ที่นี้แม้ว่าจะมาช่วงประมาณบ่าย 2-3 แล้ว คนยังเยอะอยู่ครับ
  • ของไหว้ พวกธูปเทียน ซื้อข้างในดีกว่ากับ ห่างกันแค่ 1 เมตร แต่ราคาช่างต่างกันมากมายครับ
  • ลำดับการไหว้ ของผมก็ไหว้ผิดเหมือนกัน แพ้ทางควันธูปครับ ออกมาน้ำตาไหลเลย โดยลำดับของการไว้ มี ดังนี้
    Ref: FB Page ศาลเจ้าพ่อเสือเสาชิงช้า - official https://www.facebook.com/bkktigershrine/photos/pcb.786576134804480/786568644805229/?type=3&theater
    Ref: FB Page ศาลเจ้าพ่อเสือเสาชิงช้า – official | URL: https://www.facebook.com/bkktigershrine/photos/pcb.786576134804480/786568644805229
    1. กระถางทีกงเทพยาดาฟ้าดิน ด้านหน้าสังเกตุที่เสามังกร 3 ดอก
    2. กระถางตรงกลาง ตั่วเหล่าเอี้ยกง (เจ้าพ่อใหญ่) 3 ดอก
    3. กระถางซ้ายเจ้าพ่อเสือ 3 ดอก
    4. กระถางขวามือ เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าโชคลาภและรวม 3 ดอก
    5. กระถางข้างประตูใหญ่ขวามือ องค์รักษ์เจ้าพ่อ 3 ดอก
    6. กระถางข้างประตูใหญ่ซ้ายมือ องค์รักษ์เจ้าพ่อ 3 ดอก
  • ค่าใช้จ่าย
    • ธูปเทียน – มีธูป 18 ดอก และเทียนแดง 2 เล่มครับ ราคา 20 บาท
  • ท้ายที่สุดครับ แถวนี้มีของอร้อยเพียบครับ แต่เสียดายที่มือถือแบตหมดก่อนครับ เดี๋ยวเรียนจบแล้ว มาเขียน Blog รีวิวของอร่อยดีกว่าครับ

หลังจากไหว้เสร็จแล้ว ผมเดินมาเรื่อยๆจนถึงถนนราชดำเนินกลาง นั่งรถเมล์ 127 มาที่เซ็นทรัล ตากแอร์เย็นๆ นั่งศึกษา Unit Test กับ Activiti Framework ต่อครับ

มาแก้ปีชงที่วัดทิพยวารีวิหาร (กั้มโล่วยี่) ประจำปี 2560

มาเขียน Blog จดไว้ก่อนครับ เพราะปีที่แล้วไปแก้ชง แล้วก็ลืม 555 เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเข้ากันผมที่เป็นสายงาน IT เท่าไหร่เลย ที่มาไหว้ เพราะปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะอยู่ แถมได้ข่าวว่า ปีนี้ปีเกิดผมปีมะเมียมีโอกาสโดนลูกหลงครับ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ทำไมถึงเลือกวัดนี้

  • คนน้อยดีครับ เพราะ ผมเป็นคนที่แพ้ควันธูปมากครับ ถ้าไปวัดที่คนมากันเยอะ อย่างวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) แล้วจุดธูปเยอะๆ นี้ ผมน้ำตาไหลครับ

วัดนี้อยู่ทีไหน

  • ตรงข้ามดีโอ สยาม ฝั่งบ้านหม้อครับ (ที่ตั้งขัดๆกันนะ ศาสนา กับอิเล็กทรอนิกส์)
  • แผนที่

เข้ามาแล้วผมทำอะไรบ้าง

  •  เตรียมอุปกรณ์ทางวัดมีเตรียมไว้ให้ครับ
    • ธูปเทียน – มีธูป 21 ดอก และเทียน 2 เล่มครับ ค่าใช้จ่ายประมาณ 10 บาทครับ
    • น้ำมันเติมตะเกียง – เติมแสงสว่างในชีวิตครับ ค่าใช้จ่ายประมาณ 20 บาทครับ
  • จากนั้นไหว้พระครับ ที่กระถาง มีเลขกำกับไว้ครับ 7 กระถาง ธูปกระถางละ 3 ดอกครับ
  • ไหว้เสร็จแล้ว หาเทพเจ้าที่คุ้มครองประจำปีครับ (ทางวัดมีป้ายกำกับไว้แล้ว)
  • เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝากดวงครับ ทางวัดมีเตรียมไว้แล้วครับ เรียกว่า อั่งเถียบ (เทียบแดง) กระดาษสีแดง ให้เขียน ชื่อ-นามสกุล / วัน เดือน ปีเกิด เวลาตรงฟาก และ อายุ (ดูจาก Lookup Table ของทางวัดครับ มีตารางไว้ให้แล้วครับ)
  • ต่อไปเป็นการฝากดวงครับ การฝากดวง คือ การแก้ชง โดยนำเอาดวงของผู้ที่เกิดในปีชง ไหว้เพื่อรายงานตัวต่อองค์ไท้ส่วย(เทพเจ้าผู้ดูแลดวงชะตา) และทำพิธีปัดเคราะห์ตรงนี้ทางวัดมีคำแนะนำให้ครับ เมื่อทำพิธีเสร็จ มีที่ให้ฝากไว้ให้พระท่านสวดมนต์คุ้มครองดวงตลอดปีชงครับ
  • ถัดมาไหว้พระด้านในครับ และเสี่ยงเซียมซี

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • ถ่ายรูปแต่พองามครับ เจอคนกลุ่มนึงถ่าย Selfie ไป 20 นาทีได้มั้งครับ

มาเขียน Blog เจออะไรเพิ่มบ้าง

  • ลำดับของผมอาจจะไม่ถูกต้อง 100% มาจากการจำ และถามพระท่านมาครับ
  • ระหว่างเขียน Blog ผมเจอข้อมูล Clip ที่อธิบายไว้ครับ (น่าจะหาเจอก่อนนะ)

หลังไหว้เสร็จทำอะไรต่อ

  • เดินยาวๆมาถึงเซ็นทรัลปิ่นเกล้าครับ ดูรูปได้ข้างล่างเลยครับ

    This slideshow requires JavaScript.

[CR] แลกกระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ 70 ปี

วันที่ 31 ต.ค. ของทุกๆปี หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นวัน Halloween แต่วันนี้ยังเป็นวันสำคัญอีกวันนึงด้วย คือ วันออมแห่งชาติครัับ โดยทุกๆปีธนาคารออมสินมีการแจกกระปุกออมสินครับ โดยในปีนี้เป็นกระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ครองราชย์ 70 ปีครับ โดยฝากเงินคนละ 200 บาท ได้รับกระปุกฟรีครับ 1 บัญชี ต่อ 1 คนครับ

Jpeg

โดยตัวผมเองไปรอที่ธนาคารออมสินสาขาวงเวียนใหญ่ครับ (ปกติจะไปแลกที่สำนักงานใหญ่เลย แต่กลัวจลาจลแบบตอนแลกแบงค์ที่ระลึกเมื่อสัปดาห์ก่อนครับเลยมาสาขาย่อยแทนครับ)

Face Number:1 Location: (3562,5013,3840,5506)

มาถึงตอน 07:30 ได้คิวที่ 54 แล้วครับ ปีนี้ดีนะครับ ที่มีแกนนำช่วยจัดคิวให้ และประชาสัมพันธ์เรื่อง กระปุกฟรีครับ 1 บัญชี ต่อ 1 คน ครับ ไม่วุ่นวายเหมือนปีก่อนๆครับ ที่ถล่มเข้าไปอย่างกับซอบบี้ครับ

This slideshow requires JavaScript.

 คิวที่ช่วยกันจัดเตรียมไว้ครับ และคิวที่ได้จริง รวดเร็วทันใจครับ สำหรับผมรอฝากเงินและแลกกระปุกประมาณ 8 นาทีครับ ถ้าเทียบกับปีก่อนๆ เร็วมากครับ อาจจะเป็นเพราะ กระปุกฟรีครับ 1 บัญชี ต่อ 1 คน ทำให้ไม่มีพวกรับเหมามาครับ บางทีไม่ถึง 30 นทีก็หมดแล้ว คิวแรกเหมาไป 200 ใบ ไม่รู้ว่าไปหาบัญชีมาจากไหนเหมือนกัน

This slideshow requires JavaScript.

ภาระกิจสำเร็จครับ ได้กระปุกที่ระลึกมาสะสมครับ ^___^

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระปุกครองราชย์สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ และสำหรับคนที่พลาดโอกาสสามารถลองดูได้จากทวิตด้านล่างนะครับ ถ้ามีน้องที่ทำงานลองแล้วผมจะมา Update ข้อมูลอีกทีครับ

บันทึกความทรงจำวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พอดีเหนกระทู้ Pantip อันนึง “ตอนมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ของเย็นวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 ทุกคนกำลังทำอะไรกันอยู่หรือครับ” บันทึกไว้ใน Blog ดีกว่า

ตอนนั้นกำลังเดินอยู่แถวศริราช เพราะรถติดมากก พอได้ยินเสียงคนเดินประกาศทั้งน้ำตา เรื่องข่าวการสวรรคต ผมเลยตัดสินใจเข้าไปในศิริราช ที่นั่งมีบรรยากาศที่เศร้ามาก นักข่าวก็ทำข่าวไป เศร้าไป ส่วนผมเองก็กลั้นน้ำตาไม่ไหวน้ำตาไหล จากไปตรงลานพ่อในหลวง(ไม่รู้ว่าลานนั้นชื่ออะไรนะ) ทำความเคารพพระองค์ท่านที่ลาน แล้วรีบกลับบ้านไปหาแม่ กลัวท่านช๊อกกับข่าว

ปล. ตอนนั้นไม่มีอารมณ์จะถ่ายรูป บรรยากาศมันหดหู่มาก (รูปใน Blog ขอจาก FB เพื่อนมาใช้ประกอบครับ)

นั่ง 542 ผิด ก็ไม่ได้แย่เสมอไปนะ

วันนี้หลังจากเขียน Blog เสร็จ ผมออกไป MBK เพื่อใช้สิทธิ์ Burger King ของ Galaxy Gift ครับ ตอนแรกผมวางแผนนั่ง 511 ป้ายฟ้า (ไม่ขึ้นทางด่วน) มาลงที่เซนทรัลเวริ์ด แล้วเดินมาครับ แต่พอดีเห็น 542 วิ่งมาถึงแล้ว ผมเลยวิ่งขึ้นไปเลย จากนั้นดู Udemy ไป 4-5 ตอนครับ กว่าจะหลุดจากสมาธิ ตอนที่รถเสียที่วงเวียนใหญ่ครับ เพิ่งรู้ว่าที่มันนานๆ เพราะ ผมนั่งรถเมล์ 542 ที่วนขวาครับ อ้อมไปวงเวียนใหญ่ก่อน

รถเสียที่วงเวียนใหญ่ ผมฉุดคิดได้ว่า เคยมีแพลนนั่งรถจากวงเวียนใหญ่ ไปแถวๆสยาม หรือ จุฬา ครับ เพื่อลองดูว่าถ้าเรียน ป โท ต้องใช้เวลาประมาณไหน คราวนี้ได้โอกาสเลย รถเสียตอน 13.35 รถเมล์สาย 542 คันถัดไปมา 13.46 ผมเลยจับเวลา และดูเส้นทางเลยครับ มันไป ได้นะ ถึง 14.20 ประมาณ 34 นาทีครับ เดี๋ยววันทำงาน ต้องหาโอกาสไปลองนั่งอีกครั้งบ้าง จะได้เผื่อเวลาตอนรถติดได้ครับ

Human Error แหก แหวก ผ่าทะลุกฏเกณฑ์

วันนี้ได้ไป Stand by เพื่อเอา Program ขึ้น Production โดยก่อนที่จะมาถึงด่านนี้ได้ ก็ต้องผ่าน

  • การ Test อย่างหนักหน่วงจาก User
  • การทดสอบ Package ของระบบงาน
  • การทดสอบ Script DB บน AIX ซึ่งเป็น Environment ที่ใกล้เคียงกับ Production มากที่สุด
  • การ Upgrade ทำโดย IT ของ Site ลูกค้า ไม่ให้บริษัทมายุ่ง กันข้อมูลของธนาคารรั่วไหล

ทั้งหมดนี้ดูดีครับ แต่ใช้งานจริงหละ

เมื่อถึงวันจริง ระหว่างที่ผมนั่งช่วย User Map หัว GL เพื่อส่งออกไปยังระบบ SAP ในวันรุ่งขึ้น แต่น้องที่ Stand by อยู่ โทรมาแจ้งว่า

แย่แล้วววว รัน Script ผิด Version

ฝ่าย IT ของ Site ลูกค้า

หยิบแผ่น 8.4.0.6 มารัน แทนที่จะเป็น 8.4.1.6

ซวยครับ แพลนที่จะกลับบ้านเร็วๆ หมดกัลลล (รอบก่อน IT ของ Site ลูกค้า ใส่ Password ผิดจนระบบ Lock) ผมรีบกลับมาดูความเสียหายครับ โดยพวกว่ามี 4 ส่วนที่โดนครับ

  • GL-SAP
  • BOT DMS
  • พวก Lookup ของระบบ
  • Master Company ครับ

สำหรับการแก้ปัญหานั้น ผมใช่วิธี ซ่อม Data ครับ เนื่องจาก

  • User ที่ใช้ระบบ ก็ไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เลยไม่ได้ออกรายงานเก็บไว้
  • IT ของ Site ลูกค้า ไม่อยาก Restore DB เอง จากตัว Backup ทั้งๆ ที่หยิบแผ่นผิดเอง
  • เท่าที่ผมสำรวจความเสียหายไม่เยอะครับ บาง Module ยังไม่ใช้งานจริงครับ ใช้วันรุ่งขึ้น ฮ่าๆ

สิ่งที่อยากเตือน สำหรับการจัดการ Script ขึ้นระบบ Production

  • PK (Primary Key) สำคัญมากๆทุก Table ต้องมี เวลารัน Script INSERT ซ้ำ มันจะได้แจ้ง Error
  • คำสั่ง Update ID ที่เคยรันไปแล้วใน Production ไม่จำเป็น อย่าไปเปลี่ยน ID ใหม่ครับ
  • คำสั่ง Update ข้อมูล ไม่จำเป็นอย่าใช้ พยายามเลี่ยงเป็น Delete และ Insert ใหม่แทน (แต่อย่าไปยุ่งกับ Transaction นะครับ)
  • เก็บ log การรัน Script
  • สำหรับ DB2 ที่มีทำ HADR ไว้ เวลาแก้อะไร ใช้คำสั่งที่มีการเก็บ Transaction Log นะครับ อย่างการซ่อมข้อมูล Mapping ผมใช้จาก DB UAT db2Move Import ยัดเข้าไปเลยครับ ห้ามใช้คำสั่ง Load นะครับ
  • และ มีสติ

ท้ายสุดแล้ว

Policy ดี | ระบบ ดี แต่ Human Error มันแหกได้ทุกข้อจำกัดครับ

ตั้งสติก่อน Start ครับ ^___^