Building Inference Workloads with vLLM on Kubernetes (EKS)
Speaker: Patis Piriyahaphan, Dasapich Thongnopnua, Mongkol Thongkraikaew, Fukiat Julnual
📌AI Project หลายๆอันที่เปิดตัวกันมาเยอะ และ ไปเงียบหายไป สาเหตุหลักๆมาจาก 2 ส่วน
- แก้ Pain ของลูกค้าได้ไม่ตรงจุด เลยสร้าง Business Value > Impact ไม่ได้
- Technical Issue - ของดี แค่ตอบสนองช้าไป user ไม่ happy หรือ ลงทุนมากไปจนเริ่มขาดทุน
📌รูปแบบของ AI Project มันเปลี่ยนไปด้วย
- จากเดิม ML แบบเดิม Training > Inference
- ยุค Gen AI - ถ้าระดับทั่วไป ทำได้แค่ Inference ส่วน Training นั้นใช้ทรัพยากรที่เยอะมาก
📌ทำไมต้อง K8S + Self Host
- รูปแบบการคิดราคาของ AI ตอนนี้นับเป็น Token ยิ่งมี Request เยอะ ค่าใช้จ่ายเพิ่มไปตามด้วย ไม่สามารถ Fixed Cost ได้
- ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
- จุดเด่นของเอา K8S มา Host Inference EndPoint / GenAI App
- Tooling Ecosystem
- Extensiblity
- Cost Optimization
- Configurability
- High Scalable
- Run Anywhere
📌ถ้าเราจะ Self Host และติดต้องถึงอะไรบ้าง
- เข้าใจก่อน Anotomy ของ Model ก่อน ได้แก่
- Model Weight (.bin / .safetensors / .Pt) - มองเซลล์สมอง มันหลาย GB
- Config.json บอกว่า รูปแบบการเชื่อมของ Model Weight เป็นยังไง
- Tokenizer - เราคุยกับด้วยภาษาไหน แปลง Text ของเราในรูปแบบที่ AI เข้าใจ - เอา Model มาทำงานด้านไหน - Text / Image / Voice หรือ Multi Modal
- เอา Model ขนาดเท่าไหร่ มันจะพวก B เช่น 1ฺB / 70B ซึ่งมีผลกับขนาด Disk / VRAM

- พอเลือก Model ต้องมาคำนวณ เผื่ออีก VRAM เท่าไหร่ Model Weight + KV Cache + Other (temp / OS)
- KV Cache ลองดูคำนวณเล่นๆได้ https://kvcache.ai/tools/kv-cache-size-calculator/
- ลด Disk / Ram ลดได้จาก Qunantizatrion - ใช้มุมไหน Inference / Traning ใช้ HW ต่างกันด้วย


- นอกจากนี้ต้องมาผสมของให้เหมาะสมด้วย พวก Version Runtime
- K8S Cluster พวก Device Plugin - AWS EFA (Network) / NVIDIA Neuron (GPU for k8s scheduler) / DCGM Exporter (GPU Metric) / CSI Driver (Storage)
- Image AMI ต้องมาลง CURA + Neuron Drive / CURA runtime ที่ Match กัย Inference แต่ละค่ายพวก vLLM Pytorch
- ถ้าไม่อยากกวุ่นวายใช้ของที่เค้าลองมาแล้วจบ - เลือกแบบดูตารางสรุปได้

📌Reference Arch

- Deploy EKS+ vLLM โดย AI Model เราเก็บไว้ใน S3/EFS/EFx'
- ที่นี่ถ้าใช้เคยเล่นพวก Local LLM มันดึง Model มาช้า บน EKS มี GPU / vLLM Image / Model มีการกับการ Scale อันนี้มี 2 เทคนิคมาช่วย
- Spot Instance เพื่อช่วยลดต้นทุน + Karpenter เข้ามาจัดการระบบ Auto-scaling ใน cluster
- ฝั่ง Image ใช้ตัว Seekable OCI มาช่วยดึง soci-snapshotter - มุม Observability มีตัว Grafrana / Promethous โดยมี Metric สำคัฐที่
ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไงดู Reference Arch ได้ https://awslabs.github.io/ai-on-eks/
📌แล้ว ถ้าต้อง Scale Cluster ? มันช่วยได้จริงไหม
ต้องเข้าใจก่อนการ Scale ช่วยได้ แต่ผู้ใช้เดิมต้องอยู่ที่ Node เดิม ส่วนคนใหม่ให้ไปที่ Node อื่น เพราะเคสของ AI มันที่เป็น Multi Turn มันต้องกับไปคุยต่อที่ Node เดิม ไม่งั้นมันจะหา KV Cache เดิมไม่เจอ แล้วเอ่อ ต้องมีของมาช่วยจัดการ
นอกจากนี้ต้องเข้าใจกระบวนการทำการของ Model ด้วย
- Prefill Stage: เป็นขั้นตอน Proces Input หรือ Prompt เพื่อสร้าง Key-Value (KV) ตรงนี้ขึ้น Compute TFLOPS) ของ GPU
- Decode Stage: เป็นขั้นตอน Generate Token ขึ้นอยู่ Memory Bandwidth
จากปัญหาข้างต้นเอา KServe มาช่วยได้ รองรับ Inference ได้หลายตัวอย่าง vLLM / llm-d.ai เป็นต้น ซึ่งมาช่วย Auto Scale / Prefix Cache / Distribute Prefill Decode / Multi Node Scale (Tensor / Pipeline Parallelism) / KV Cache Offloading มันจะอยู่คนละ Node ก็ได้เดว KServe จัดการให้
และเอา LLM-D มาช่วยเลือกให้ถูกตัว เพือไปเรียก KServe + vLLM ให้ถูกตัว
📌Demo Kserve + LLM-D + KServe + vLLM RTX6000 96GB (g7e.2xlarge)

- Envoy จัดการ Network
- LLM-D - Load Balance LLM Request เพือไปเรียก KServe + vLLM ให้ถูกตัว และต่อเนื่อง
📌Demo vLLM RTX 4500 32 GB (g7.Axlarge)

- อันนี้ลองทำ OCR ใช้ Model Typhoon แม้เป็น Model 7B / 14B แต่ความละเอียด BF16
Cloud Native AI Agents with ADK, A2A & kagent
Speaker Kamolphan Liwprasert
📌ยุค Cloud Native AI ซึ่งระบบแบบเดิมต้องปรับตัวให้ตอบโจทย์เพิ่ม
- Sandbox & Isolation สำหรับการทำงานเสี่ยงอย่าง Code Execution
- Life Cycle & Multi-tenancy
- Cost Optimization & Scale-to-Zero
- RBAC
- Zero Trust & Observability
- Tools Connectivity - MCP / A2A
📌kagent เข้ามาช่วยแก้ปัญหาข้างต้น
kagent เป็น project เพิ่งเข้ามาใน CNCF Sandbox Create โดย founder ของ Istio base on ADK (Golang) ซึ่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาข้างต้น รวมถึง
- Declarative Agent & GitOps: เราสามารถสร้าง Agent ได้ในรูปแบบของ CRD (Custom Resource Definition) ของ Kubernetes ทำให้สามารถกำหนดค่าต่างๆ เช่น System Instruction, Tools และ MCP Server ลงในไฟล์ Config แล้วส่งขึ้นระบบ Git เพื่อทำ GitOps และ AgentOps ได้ทันที
apiVersion: kagent.dev/v1alpha2
kind: Agent
metadata:
name: k8s-expert-agent
namespace: kagent
spec:
modelConfigRef:
name: llama3-model-config
systemPrompt: "You are a helpful Kubernetes operations assistant. You can check cluster status and Prometheus alerts."
tools:
- mcpServerRef:
name: kubernetes-mcp-server
- รองรับหลาย Runtime/ Framework เช่น LangChain, ADK นอกจากนี้ ถ้ามันไม่ Support ตรงเอา Container มา Deploy ได้
- เชื่อมต่อกับ LLM ได้หลายค่าย ทำเป็น CRD เหมือนกัน
apiVersion: kagent.dev/v1alpha2
kind: ModelConfig
metadata:
name: llama3-model-config
namespace: kagent
spec:
model: llama3
provider: Ollama
ollama:
host: agentgateway-proxy.agentgateway-system.svc.cluster.local
- สร้าง Agent หรือ Harness Agent ก็ได้ + ใช้พวก Skill ก็ได้
ลองไปดูเพิ่ม https://kagent.dev/docs/kagent/concepts/architecture/
นอกจากนี้ Sandbox / Zero Trust / Observability / OpenAI Compatible API

มันปรับแนวคิดการ Deploy จากเดิม Microservice (Pattern แน่นอนตายตัว) > Agent Base (Topology Agent Create on runtime เรากะเส้นทางไม่ได้)
📌Demo มีแสดง kagent

- แสดงให้เห็นว่าเราสร้าง Agent จาก Declartive / Container มาเลยก็ได้ รวมถึงเลือกได้ทั้งเป็น Agent หรือ Harness Agent
- Config LLM Provider ได้ เชื่อม AWS BedRock หรือ Local ก็ได้
- เห็น Use Case ด้วย Observability agent / Incident response agent / debug agent / argo agent เป็นต้น
📌Agent Substrate


เดิมปกติ 1 pod ต่อ 1 agents ซึ่งตอนสนองช้าไป Idea ทำ Worker Pool เพื่อ
- Fast Start มีของรอพร้อมใช้ และสามารถเอาจาก Snapshot ขึ้นมาทำงานได้เลย
- Fast Scale-up & Scale-to-Zero
- Resource Sharing
AI Gateway in the Cloud Native AI Landscape
Speaker Jirayut Nimsaeng
📌Theory
AI Gateway vs API Gateway
- API Gateway เน้นทำเรื่อง Routing, Authentication, Authorization และ Rate limiting ทั่วไป
- ตัว AI Gateway จะเข้ามาเน้นการบริหารจัดการใน 4 แกนหลักคือ การจัดการ Token, การจัดการ API Key/Credential, การจัดการ Backend (โมเดล LLM หลายตัวขนานกัน) และการจัดการข้อมูล Input/Output
คุณสมบัติหลักของ AI Gateway 5 ข้อทาง Gartner ได้กำหนด
- Access Control: ระบบการควบคุมและยืนยันสิทธิ์เข้าใช้งาน
- Cost Management / Token Rate Limit: การควบคุมค่าใช้จ่ายและการจำกัดปริมาณการใช้ Token
- Model Routing: การสลับและเลือกส่ง Requet ไปยังโมเดลที่เหมาะสม
- Monitoring
- Security
อย่าง vLLM จะเป็น Inference Engine หรือ Serving Layer ซึ่งมีฟีเจอร์ด้าน Routing หรือ Monitoring บ้าง แต่ยังไม่ถือว่าเป็น AI Gateway เต็มตัวตามนิยามนี้เนื่องจากขาดฟังก์ชันควบคุม Cost หรือ Token ในตัวเอง
Feature ที่ต้องมีสำหรับ AI Gateway เรียกว่าอีกตลาดที่บริษัท Software หลายเจ้าเข้ามาเล่น โดยมี
- Model Selection (Routing): การสลับและเลือกส่ง Requet ไปยังโมเดลที่เหมาะสม ถ้าสำคัญใช้ที่ Host เอง หรือ ไป Cloud + Prompt Evaluation
- Billing: Token & Cost Management การ Config Endpoint ของ LLM แต่ละที
- Caching: เก็บประวัติ Inference ซึ่งจะส่งผลให้เรียกได้รวดเร็วขึ้น และลด Cost
- Data Enrichment (Input, Output & Transformation): การ Transform ทั้ง Input และOutput เพื่อปรับแต่งคำสั่งให้เข้ากับ Model ปลายทางแต่ละตัว ซึ่งทำได้รวดเร็วด้วย
- Guardrail (Sensitive Data Blocking): หน้าที่สแกน ตรวจจับ และบล็อก Sensitive Data เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล
- Retry & Fallback: ทำซ้ำกี่รอบ หรือให้ไปใช้เจ้่าอื่นเลย
- Agent Protocol: สำหรับ AI Agent เช่น A2A และการทำหน้าที่ควบคุมสิทธิ์ MCP Gateway
- Non-LLM Support: เช่น การใช้ Vision Models
นอกจากนี้มีพวก Security - Authentication / Authorization กับ Monitoring

ภาพรวมมี 3 มุม Model LLM Gateway / MCP Gateway / Agent Gateway หลักการคุมให้เกิด Audit Trail มี Governance มีสิทธิที่ชัดเจน ทำอะไรได้ไม่ได้บ้าง ซึึ่งเราต้องมาดู Maturity ตอนนี้ยังใหม่แบบพวก DevOps / DevSecOps และเจ้าเดิมอย่าง API Gateway อาจจะทำส่วนเสริมเข้ามาด้วย เป็นต้น
📌Landscape
CNCF AI Native เป็นตลาดที่ใหม่ ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Open Source 77 ตัว และมี AI Gateway อยู่ 6 ตัว อยู่ใน CNCF Sandbox Kgateway / Higress แยกเป็น 3 กลุ่มและกัน
1. Open Source AI Gateway
- Envoy AI Gateway - เป็น Gateway หรือ Service Mesh อื่น ๆ เกือบทั้งหมดนำไปพัฒนาต่อยอด
จุดเด่น ปรับแต่งโครงสร้างการทำงานได้ลึกและยืดหยุ่นสูง (Config ได้หมดทุกอย่าง) และสามารถเขียน CRD เพื่อควบคุมให้ตัวมันทำงานเป็น AI Gateway ได้
จุดด้อย ไม่มี UI สำเร็จรูป / ไม่มีฟีเจอร์อย่าง Guardrails - Agent Gateway - Linux Foundation / Dev Solo Contribute หลาย Project KGateway
จุดเด่น เขียนขึ้นด้วย ภาษา Rust มี Feature ครบตาม Gartner ได้กำหนด
จุดด้อย มาใหม่ยังไม่มีใครเอาขึ้น Prod - KGateway
จุดเด่น ความพร้อมใช้งาน (Maturity) สูง และปรับตามจาก API GW > AI GW
จุดด้อย ต่อยอดจาก Envoy CRD Complexity / อยู่ในช่วงลองปรับตัว API GW > AI GW - Higress - Alibaba Cloud ใข้จริง
จุดเด่น เนื่องจากเป็นทำระบบครอบ Envoy / Istio / WebAssembly (Wasm) มองเป็นระบบ Plugin ทำให้ต่อยอด เสริมเข้าไปได้ง่าย
จุดด้อย Doc ภาษาจีน และทำตวามเข้าใจระบบ Plugin สร้าง + Debug - Volcano Kthene - Huawei
จุดเด่น Rounting เข้าใน Context KV-Cache / PD Disaggregation ลงบางส่วนได้
จุดด้อย เพิ่งมา - MCP Gateway Registry - Community Project ไม่มีบริษัทใหญ่เป็น Back
จุดเด่น เน้นงาน MCP / Access Control มาครบ
จุดด้อย Nginx / Fast API / MongoDB อาจจะช้าไ้ และยังไม่มี Rounting / Cost Control
2. Extension ทำที่ให้เป็บ API Gateway ได้ - เน้น Rounting
- Gateway API Inference Extension - อาจจะเป็น Standard Kube ในอนาคต
- llm-d
- vLLM Semantice Rounter
3. AI Gateway - Open Source บางส่วน
- LiteLLM - อันนี้ผมใช้อยู่ ฟังจาก Live 9arm ง่ายดั
- Portkey Gateway - Core Open Source แต่ส่วนอื่นๆ อย่าง Observability / Goverancce เสียเงิน
- 9Rounter - License OK อยู่ เน้นไปมุม Coding
4. อื่นๆ
- API Management + AI Extension - Kong / API6 หรือ ของ Cloud
- AI Platform Build GW - Cloudfare / Vercel
Compare Feature บอกว่ามี ไม่บอก Maturity

📌Choice
เมื่อไหร่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้
- ใช้เองคนเดียว
- Flat-rate Subscription หรือใช้งานโดยมนุษย์โดยตรง (Human-only) ไม่ได้ผ่านระบบก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ AI Gateway ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร
- ใช้ API GW อยู่แล้ว รอเค้าพัฒนามา
- ไม่อยากเพิ่ม Hop ให้ช้าลง หรือ ทำ MVP Prototype
- องค์กรยังไม่มีทีม AI Governance ที่ชัดเจน ก็ไม่ควรเพิ่งติดตั้งใช้งานเนื่องจากจะเกิดปัญหางบประมาณและการดูแล
เมื่อไหร่ที่ควรใช้
- องค์กร AI หรือ Agent ที่ Pay-Per-Token / Pay-Per-Use
- ต้องการระบบตรวจสอบ / ความปลอดภัย / Sensitive Data
- หรือจำกัดโควตา Token แยกตามแผนก
📌Demo
Envoy + Backend 2 ตัวคือ LM Studio (Mac) และ DeepSeek ผ่าน API ภายนอก
- Model Routing & Fallback: ตั้งค่า Priority ให้ Router ไปหา LM Studio บนเครื่องก่อน หากระบบช้าหรือ Timeout ระบบจะทำ Fallback ไปที่ DeepSeek อัตโนมัติ
- Token Budget Control: จำกัดการใช้งาน เช่น 30,000 Token ต่อชั่วโมง) ซึ่งเมื่อเกินโควตา ตัว Gateway จะส่งคำสั่ง Block คำขอทันทีและแสดงข้อความแจ้งเตือน เพื่อป้องกัน Cost บวม
- Guardrails: เช่น เลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคารไทย หรือเบอร์โทรศัพท์ เพื่อไม่ให้หลุดไปภายนอก ซึ่งฟีเจอร์นี้ต้องทำส่วนเสริมให้ Local ตาม PDPA ของไทยคู่กับ Gateway
Panel Discussion: AI ใน SDLC: ใช้แค่ไหนถึงพอดี
Speaker Damrongsak Reetanon, Jirayut Nimsaeng, Saritrat Jirakulphondchai, Sharkrit Impat, Natechawin Suthison

📌การใช้ AI ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ทำให้เร็วขึ้นจริงหรือไม่? (Efficiency & Speed)
- ในช่วง Panel การอ้างอิงงานวิจัยจาก metr.org (2025)ทดสอบเอา AI มาใช้กับ Open Source Dev 16 คนพบว่าทุกคนรู้สึกว่าเร็วขึ้น 24% ผ่านไป 5 เดือน เหลือ 20% แต่การ Tracking Activity (Capture screen/commits) กลับพบว่าช้าลงถึง 19%
- สาเหตุที่ช้า
- จากงานวิจัย กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป (เพียง 16 คน) และ model 2025 vs 2026 ละเรื่องเลย
- นำ AI ไปใช้งานผิดจุด เช่น มีกรณีที่นักพัฒนาใช้ AI ในการเก็บ Requirements แทนที่จะไปคุย User สุดท้ายก็ใช้งานไม่ได้และต้องรื้อทำใหม่
- ความเร็วขึ้นอยู่กับประสบการณ์ เช่น เรารู้ว่า ถ้าแก้ตรงนี้ในหัวมันมีเส้นทางวิ่งไปหาจุดเแก้ทันที เราเลือกแก้เอง ซึ่งไว้กว่าให้ AI มันหา และเผา Token จนเจอ
📌ใช้ AI แล้วของมันออกมาถูกต้องไหม ?
- AI มันเหมือนคนทำผิดได้ แต่เราจะสอน และ Update ความรู้ยังไง ? / คนต้องมาเพิ่ม Rule Harness
- Context Lost ต้องเข้าใจก่อน มันไม่ได้ฟังเราทั้งหมด จากงานวิจัยบอก ส่วนใหญ่จะแบบ ยาวไปไม่อ่านจำแค่หัว กับส่วนท้าย
- อีกประเด็นที่น่ากลัว Duplicate Code จากปี 2023 ถึง 2026 เพิ่มขึ้นถึง 81% เนื่องจาก AI มันเน้นสร้างใหม่ ไม่ได้มองถึงการ Refactoring
- หาวิธี Verify มันให้ได้
พวก use case น่าจะดูจากอันนเพิ่มได้ สรุป Arise Tech Meetup #10: AI Agents in Action
📌AI ทำ Code Review โดยไม่ต้องมีคนดูได้ไหม
- ต้องมีวิธี Verify มันให้ได้ เช่น เคส Bun จาก zig > rust ต้องมี Test ที่แข็งพอ แต่สุดท้ายยังไม่มี Release ส่วนตัวเคยได้ยินมาว่าลองใน Claue Code อยู่นะ
- Human in the Loop อย่าลืม เพราะงานมันเป็นความรับผิดชอบของเรานะ
- อย่าลืม Code Review นอกจากตรวจเป็นการ Share KM สร้าง Communication / แบ่งปันความรู้ภายในทีม
📌ใช้ AI ทำส่วนไหนใน SDLC มีประสิทธิภาพมากที่สุด
- การเขียน Technical Spec โดยใช้ AI มาช่วยแปลงจาก Business Spec จากฝั่ง PO/PM เพราะ AI สามารถช่วยคิด Edge cases ที่มนุษย์คิดไม่ถึงได้ อย่างใน LMWN เน้น SpecFirst เอา AI มาช่วยหา Edge Case หลังจากคุย Dev QA PO
- Shift Left Security เข้ามาในส่วนอื่นได้ง่าย เช่น Code suggestions ให้ Dev ได้เหมาะสม และเกิดการเรียรรู้
- Testing - เอามาช่วย Gen Test / Chaos Test ทดสอบในเคสที่แย่สุดๆ
- Maintenance & Recovery - เมื่อเกิดปัญหาเราสามารถให้ AI ช่วยหาส่วนที่คาดว่าจะผิด เอา log ส่วนนั้นเตรียมไว้ แล้วให้ human มาเตรียมซ่อมต่อ
📌SDLC Share Agent / Prompt / Skill ระหว่างทีมยังไง
- Share เพื่อ Sync กัน เช่น ทำ Repo กลางในการแชร์ แต่ต้องระวัง AI Slop หรือ เอาจากข้างนอกมาแปะเลย โดยที่ไม่เข้าใจ
- Context Engineer อาจจะเป็นตำแหน่งใหม่ ที่มาช่วยจัดการ ลดความซ้ำซ้อน หรือ หาสิ่งที่ Common เป็นองค์ความรู้กลาง เช่น ทำ Thai writing ให้ได้สำนวนชัดเจน
- ส่วนตัวคิดว่า Session นี้น่าจะตอบโจทย์นะ "Building an Internal Agent Skills Catalog: One MCP, Three IDEs, Zero Drift"
📌ทำให้ทุกคน Prompt ในแบบเดียวกันได้ไหม เพื่อให้ได้ Output เดียวกัน
- ยาก เพราะ LLM Non Detemisnistic
📌ทำอย่างไรให้เขียนโค้ดได้เร็วขึ้นด้วย AI แต่ตัวผู้ใช้ยังเก่งขึ้นด้วย?
- AI เก่งไม่เก่งขึ้นกับคนใช้งาน หากเราต้องการให้ AI ทำงานได้ดี เราต้องเรียนรู้กันและกัน ถามสิ่งที่มันถาม และให้ AI เอ๊ะสิ่งที่มัน หรือ ที่เราทำ
- ถามถึงที่มา และลองตรวจสอบ ทำความเข้าใจ และสุดท้าย ต้องมาดู Fundamental สำคัญที่สุด ถ้า AI มันใช้ไม่ได้ เราแก้เคสไม่ได้เลยนะ
- ถ้าใช้อะไร เข้าใจแนวคิดที่สร้างด้วย
- รู้วิธีการที่ทำให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ตรวจยังไง
ปิดท้ายและ
- ทีมงานหาคนช่วยแปล Doc Kube ภาษาไทย รายละเอียดตามนี้

- มีงานใหญ่ปีหน้า March 2027 - KCD Bangkok
Reference
- https://ocgroups.dev/cncf/group/n5zdgbe/event/zjyt8sr
- Live: https://www.youtube.com/@cloudnativebangkok/videos
Discover more from naiwaen@DebuggingSoft
Subscribe to get the latest posts sent to your email.







