สำหรับ Blog นี้ ฟังย้อนหลังจาก live พอดีเพิ่งเห็น Feed พี่มาร์คแจ้งมา ตอนตี 3 เลยลองมาจด Recap นิดหน่อย เผื่อเราเองใช้ด้วยครับ สำหรับ Live มี FB และเดี๋ยวทีมงานเอาขึ้น YouTube นะ
ส่วนหัวข้อที่ผมจดๆมามีตามนี้ครับ
Quick Survey - AI Coding
จากผลสำรวจผู้เข้าร่วมงานทั้ง Online / Onsite พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ AI Coding
- Role ที่ใช้ AI Coding ส่วนใหญ่เป็น Fullstack Engineer (ประมาณ 40%) โดยมี Backend และ Frontend ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
- ความถี่ในการใช้งาน AI พบว่า 34% ที่ใช้ AI มาช่วยทำงาน เขียน Code ทุกวัน และมี 20% ใช้มานานกว่า 6 เดือนแล้วด้วย //เอาจริงๆ ผมใช้งานแล้วติดเหมือนกันนะ
- Run Agent ที่ไหนบ้าง มีที่แปลกๆหลายอัน อย่างผม กลับบ้านมา จะเปิดงานให้ Agent ทำก่อนจะเตรียมตัวไปดูแลแม่ และจากผลสำรวจมีที่แปลกที่ Run Agent บน BTS/ ขณะรถติด / ตอนประชุม หรือ ระหว่างงานแต่ง ก็มี
- ระหว่างรอ Agent ทำงานทำอะไร
- สิ่งที่ Developer ทำมากที่สุดคือ ดู Netflix นอกจากนั้นคือการสลับไปทำงานอื่น เข้าประชุม เล่นโซเชียล หรือแม้กระทั่ง เปิดเกมเล่น
- ของผมจะไปดูแลแม่ ผมไม่ให้มัน Commit แต่จะกลับมาดูเองอีกที เพราะมันเป็นชื่อเรานะ - เชื่อใจ AI Agent แค่ไหน - กว่า 30% ของผู้ใช้เลือกที่จะ สั่งงานทิ้งไว้แล้วไปนอน เพื่อตื่นมาตรวจงานที่เสร็จแล้วในตอนเช้า เอาจริงผมเองยังกลัวว่ามันจะทำเครื่องพัง ลบของเกิน 555
Leveraging iOS ecosystem for agentic coding
Speaker ศิริวัชร์ คุณาพร
สำหรับ Talk นี้ Key ที่สำคัญเลย อยากสร้าง Agent อยากใช้งานที่ไหนก็ได้ "Always Running & Always Accessible" จะได้ไม่ต้องแบก Mac Book ติดตัวไปตลอด โดยสั่งจาก iPad ซึ่งได้ Idea จาก Talk Claude Code that works is simple than you think
1. Stack
- Blink Shell: แอปบน iPad สำหรับเป็นหน้าจอ Terminal หลัก
- Tailscale: ใช้ทำ VPN ส่วนตัวเพื่อให้ทุกอุปกรณ์ (Mac, iPad, iPhone) มองเห็นกันได้จากทุกที่ทั่วโลก อารมณ์เดียวกับพวก Cloudflare Tunnel / ngrok
- Mosh (Mobile Shell): ช่วยให้การเชื่อมต่อไม่หลุดแม้จะเปลี่ยนที่หรือสลับเครือข่าย
- Tmux: ใช้รัน Session บน MacBook ทิ้งไว้เพื่อให้งานรันต่อเนื่องแม้เราจะปิดหน้าจอ iPad
สำหรับภาพรวมของ Flow จะประมาณนี้ครับ

2. Workflow ของ Speaker ไม่ได้ปล่อยให้ทำทั้งหมด
Prompt → Code → See → Feedback → Preview → Iterate
การใช้งานจริงมีปัญหาเล็กน้อยมาปรับ เพราะ Speaker ได้ Recap มาตามนี้
- Problem ดู Output ยังไง
-ใช้ Claude Hook ดักจับ Image / Video ที่จากงานที่เราให้ AI มันทำ แล้วส่งผ่าน iMessage - Problem ส่ง feedback กลับยังไง
- ใช้ Apple Pencil วงจุดที่ต้องการแก้ (Annotate) จากนั้น save ลงโฟลเดอร์ "tray" ของ Blink และให้ Claude ดุจดที่วง แล้วแก้ไขต่อได้ - Problem ใน Blink ไม่สามารถดูผลลัพธ์ จากที่ Claude Demo ให้ได้
- ใช้ Claude Hook ดักจับ url ส่งกลับมาใน iMessage ดู
นอกจากนี้ พอมันเป็น Ecosystem เราทำให้งานเรางานแล้ว ยังสามารถใชั App อื่นเข้ามาร่วมวงกับ Agent ได้ด้วย อย่าง Reminder ของ iOS เอามาช่วยในการจัดการ Queue หรือ Task ของ Agent ได้
สำหรับผม Session นี้ตอบโจทย์อยู่นะ เอาไปเป็น Idea ผมไม่ได้ใช้ Apple แต่อยากลองหาทางทำให้มัน Sync Smooth ได้
Resource: https://jun-meetups.vercel.app/meetups/claude-code-3/slides/ios-agentic-coding/
Work Anywhere with Claude Code in the Cloud
Speaker Manassarn Manoonchai
หลายคนใช้ Claude Code กันแล้ว แต่นอกจากตัว CLI แล้ว ยังมีอีกหลาย Version ให้เราใช้งานนะ
- Claude Desktop มีส่วนของ Code มาแล้ว
- Claude Code Remote เปิดเครื่องของเรา ทิ้งไว้ แล้วสั่งผ่านมือถือ
- Claude Web / Claude Code Cloud - อันนี้เหมือน Claude Remote แต่เราจะไปใช้ VM ที่ Claude ทำไว้ให้นี่แหละ โดยมี Spec
- 4 vCPU, RAM 16 GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 30-40 GB
- OS Ubuntu
- Runtime ภาษาดังๆ พวก Python / Node พวก Progress DB ลงไว้ให้
Setup Claude Web / Claude Code Cloud
- Claude Desktop ให้เลือกเปลี่ยนจาก Local เป็น Cloud สร้างพวก Environment
- ต้องตั้งชื่อ
- กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง Network
- Environment Variables (เช่น API Key)
- และสามารถใส่ Setup Script อารมร์แบบ user data ของ EC2 - สามารถดึงโปรเจกต์จาก GitHub มาทำงานได้ รองรับทั้งการเลือก Branch และการทำงานแบบหลายโปรเจกต์ (Multi-repo) ใน Session เดียวกัน
- สำหรับใครที่ใช้บน Web ตัว Step ล้อกับ Claude Desktop
ถ้ามี Claude CLI อยู่ Open Claude Code and run
to connect./web-setup
การใช้งาน
- Web Browser: เข้าแล้ว prompt ได้เลย
- Mobile App: สามารถเลือกโหมด Cloud และสั่งจากมือถือได้เหมือนกัน
- CLI: Speaker UX ยังไม่ค่อยดีนัก
- สั่งงานclaude --cloud "Your Prompt"
- กลับไป Desktop Web Mobileclaude --teleport
Sample Use Case

📌Plan On Mobile > Continue on Device (Laptop / Cloud) เราสามารถให้ ดึง Ticket จาก Jira แล้วมาคุยสรุปสิ่งที่ทำบนมือถือ พอได้แล้ว ให้ AI มันแก้ไป แล้วเรากลับมาตรวจ ที่ Laptop
- Skill & Connector > ถ้าเราเชื่อมไว้แล้วก็ใช้งานได้เลยนะ
- มี Prompt ให้ไปลองต่อยอด Idea
"Implement jira task EVP-1234" "Babysit github PR #5678" "Fix bug reported from Slack <link-to-slack-thread>" "/grill-me Improve UI/UX on this page <paste-image>" Would you kindly rewrite everything in Rust? No mistakes.
📌Claude Routine + Cloud
- จากเดิม Claude Routine เราต้องเปิดเครื่องไว้ เวลาถึงเวลามันจะทำงานให้เลย
- ถ้าเลือก Cloud มันเข้าไปทำงานให้ได้เลย
- Use Case ตามนี้เลย
- Daily - Fix my PR merge conflicts - Daily - Scan unresolved issues on Sentry, choose one and fix it < GitHub event - When a PR is merged, post a summary of the changes in non-technical terms to Slack ㆍWeekly - Update the project's agent skills with npx skills update -p - Custom POST webhook trigger
- Use Case ตรวจสอบและแก้ไข CI ที่พัง (Failing/Flaky CI) ในช่วงเช้า 07:00 เพื่อให้ทีมพร้อมทำงานต่อ
อันนี้เหมือนคนแชร์ Use-Case - ทำความสะอาดเครื่อง (Clear cache/logs) เป็นประจำทุกเช้า
Pros & Cons
- ข้อดี:
- ทำงานที่ไหนก็ได้ รวมถึง Minimal Setup
- ปลอดภัยเพราะเป็นระบบ Sandbox (สร้างเครื่องใหม่ทุกครั้ง แยกตาม Project) และทำงาน Parallel ได้ แต่จะคอขวดขาคนแทนมากกว่า
- ปัจจุบันยังใช้งานได้ฟรี (เสียเฉพาะค่า Token AI) - ข้อเสีย:
- ตอนนี้รองรับเฉพาะ GitHub
- Project ที่ซับซ้อน Setup ยากและเปลือง Token
- ไม่รองรับ Local Skill / Plugin / MCP ยัง แต่ Speaker มีท่า Inject Skill + Claude.md ใส่เข้าไป https://github.com/narze/claude-cloud-init มาช่วย
- VM มี Delay ตอนเริ่มเครื่องประมาณ 10-20 วินาที
- ไม่สามารถเข้าถึง Shell โดยตรงเพื่อ Debug ได้
Discussion
- ถ้า Project มันใหญ่ และซับซ้อน
- มองเป็น Com เครื่องใหม่เลย
- ให้ Claude มันช่วยเรา Setup ครั้งแรกได้นะ ลงทุน Token
- แล้วให้มันสร้าง Script เพื่อใช่ต่อในครั้งถัดๆไป ในช่วง Setup ตอนนี้มันยังไม่คิดเงินนะ - GitHub Private Project ได้ไหม ?
Ans ได้นะ ใน GitHub Integration มันจะถามเราไป Allow - ถ้ามี Project แบบ Next.js โดยตุ้มขึ้นไป มันจะ Run ได้เลยไหม
Ans ทำได้แต่ต้องอาศัยการ Setup ที่ดี กำหนดใน Claude.md บอกมัน แล้วใช่ Playwright Capture มา - นอกจากนี้มีอีก Idea ให้ Playwright มาคุม Claude Code เขียน Code (Inception) ไปลองเล่นดู
สำหรับ Session นี้ตอบโจทย์ ผมนะ มัน Setup น้อยดี และข้ามไปทำงานที่ไหนก็ได้ด้วย และเพิ่ม Productivity ให้ทีมได้
Resource: https://narze.github.io/claude-code-in-the-cloud-slides/
Managing Multiple Coding Agents with Orca ADE
Speaker พีรพัฒน์ จั่นขาว
📌Connector / MCP / CLI ทำให้งานของเราเชื่อมกับ AI ได้สะดวกขึ้นอย่างใน Envisso เอามาเชื่อมกับ Claude เหมือนเป็นแขน ขน เพื่อมาตามนี้
- Dev - GitHub (Source control / Project management) /
- Collaboration - Slack / Google Workspace
- Cloud - AWS
- CRM - HubSpot
- Data platform - Databricks
- Monitoring and alerts - Datadog
- Meeting - Google Meet / Fireflies.ai (Note Taking)
📌กลับมามุมของ Dev บ้างมีใช้ Tools Notepad++ / VS Code แต่มีปัญหาอยู่มันออกแบบมาแก้ปัญหาในยุคของมันเอง การเขียน การมี Syntax Highlight / Hint และมีพื้นที่ตรงกลางไว้ให้เราเขียน Code / Debug มัน
📌แต่พอการมองของยุค AI มันเปลี่ยนการทำงานของเราด้วย จาก IDE (Integrated Development Environment) ใช้คนเดียว มาเป็ง (Agentic Development Environment) อันนี้ขายของตัว Orca ADE จาก Demo
- เชื่อม AI Provider หลายเจ้า เช่น Claude/ Codex/ Grok / Kimi คิดว่า Local AI น่าจะทำได้นะ
- สลับ Account ได้ กรณีแบบคิด Limit ย้ายอีกค่ายมาทำต่อได้เลย รวมถึงมีจอบอก Usage Tracking + Prompt Cache Expire เราวางแผนใช้ได้สะดวก
- จัดการ Session ต่างให้เอง + Handoff เพื่อสรุปงานจาก Session ส่งต่อได้
- จัดการ Skills ไม่ต้องไปวางเอง
📌ในการทำงานจริง จาก AI ที่มัน Non-deterministic เราสามารถให้ตัว Agent ทำงานได้หลายมุม เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด โดยมีท่าที่ใช้ได้

- Fan-out ให้ AI Agent แต่ละค่าย เช่น Claude / GPT ทำงานชี้นเดียวกัน พร้อมกัน เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ (Cross-check)
- Agent Hierarchy ให้ Model ที่วางแผนเก่งอย่าง Claude จัดการงานเป็นชื่นย่อย แล้วเอาตัวอื่นๆจาก Codex / Kimi มาทำงานนั้นต่อ
📌ทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยคล้ายกับ 2 Session แรกที่ อันนีตัว Orca ADE มันรองรับ
- Remote Control: สามารถใช้ App บน iOS หรือ Android ควบคุม Orca Desktop ที่รันอยู่บนเครื่อง Mac หรือ PC ที่บ้านได้ผ่านการเชื่อมต่อของ Tailscale คล้ายกับ Talk แรก อันนี้ Bundle มาให้ในตัว
- การแจ้งเตือน: มีระบบ Notification สามารถปรับแต่งเสียงได้เอง เพื่อบอกสถานะเมื่อ Agent ทำงานเสร็จหรือต้องการ Input จากเรา
📌นอกจากฝั่ง Agent แล้วมุมมองตอนตรวจมีตัว Interactive UI Debugging: เมื่อ Agent รันหน้าเว็บขึ้นมา เราสามารถใช้เมาส์ (หรือจิ้มบนมือถือ) เลือกส่วนของ UI ที่ต้องการแก้ไขเพื่อให้ Agent จัดการต่อได้ทันที รวมถึงการ Capture Screen ส่งให้ AI วิเคราะห์ได้โดยตรงจาก Terminal
📌เนื่องจากช่วงนี้ของแพง RAM / DISK Terminal ของ Orca มีตัว Monitor ว่าอันไหนใช้เยอะไปเราต้องไปดู หรือ Folder ไหนทีไม่จำเป็น เช่น node_modules ตั้งแต่ปีมะโว้ จะบอก "Safe to delete"
ตอนนี้ Orca ADE ยังเป็น Beta ใช้ฟรีได้อยู่ แต่อาจจะมีเก็บเงินในอนาคต และรองรับ Claude เป็นหลัก อาจจะเอ๋อๆกับบาง Model
Discussion
- ถ้าไม่อยากใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเอง (Local) สามารถทำอย่างไรได้บ้าง?
Ans
- สร้าง VPS ขึ้นมาเอง อย่างของ Hetzner แล้วเชื่อมต่อเข้ากับ Tailscale
- จากนั้นใน Orca จะมีตัวเลือกให้งานทำบน Cloud Server หรือ Local ก็ได้
** มี Step ที่ซับซ้อน ถ้าเทียบกับ Session ก่อนหน้า - แชร์ เทคนิค การใช้ Multi-agent
Ans ใช้ Model ที่ฉลาดสุดอย่าง Claude มาสั่งงาน หรือ ให้ Model มา Debate/Argue ถกกันเองได้ ถ้าเรารู้ Session Id ของแต่ละ Terminal - Agent View ของ Cursor แล้วต่างกับ Orca อย่างไร?
Ans UI ของ Orca จะช่วยให้เราดูรายละเอียดต่างๆ ได้เยอะกว่า และระบบทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมดเพราะใช้ Terminal เป็นฐาน - นอกจาก Orca / Cursor มี ADE อื่นแนะนำไหม
Ans https://github.com/dhanji/g3
Resource: https://www.onorca.dev/
Reference
Discover more from naiwaen@DebuggingSoft
Subscribe to get the latest posts sent to your email.



