[CR] ปีกไก่ทอดนาโกย่าสไตล์ที่ร้านเซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan)

ตอนแรกวันนี้ผมก็จะไปหาที่นั่งทำ Thesis เงียบแหละ หลังจากไปลองที่ Co-working Space แถวประตูน้ำมาแล้ว นั่งทำแต่เช้าจนจะบ่าย 3 แล้ว ลองไปกินกระเพราเป็ดย่างที่ Emporium ดีกว่าครับ แต่ไปๆมาแล้ว เอออเจอร้านที่ GZR Gozziira – กินข้าวแกงกะหรี่จานยักษ์!! Review ครับ

เห้ยยยอยากกินหวะ

ก็เลยเดินไปดูแต่ปรากฏว่าเข้าซอยผิด 5555  เดินเข้ามาซอยสุขุมวิท 39 แทน ไหนๆก็พลากมาแล้ว ลองเดินมาเจอคุณลุง

หิวหวะ ลองเข้าไปกินดีกว่า ไปกินแบบไม่รู่ว่าร้านนี่ขายอะไร จริงๆตอนแรกคิดว่าร้านนี้จุดเด่นอยู่ที่ราเมงนะ เพราะมีป้ายหลอกให้หลงอีกที

เข้ามาร้านแล้ว กูเป็นลูกค้าคนไทยคนเดียวในร้าน แถมพนักงานรัวภาษาญี่ปุ่นใส่อีก ผมเลยตอบไปว่ามา 1 ท่านครับ ^___^

This slideshow requires JavaScript.

หลังจากไม่รู้อะไรตอนสั่งเลยถามทางร้าน พนักงานแนะนำ

  • ปีกไก่ทอดนาโกย่า มันมี 2 แบบ
    • แบบปกติ เค็ม/เผ็ด
    • อีกแบบ คือ ไก่ดำ อันนี้พนักงานบอกว่าออกไปทางเปรี้ยวๆนะ
  • ยากิโซะบะ – อันนี้พนักงานแนะว่ามันอยู่ท้องครบเครื่อ่ง ซึ่งผมยอมรับว่าพลาด 55555

สิ่งที่ผมลองสั่งมา

  • ปีกไก่ทอดนาโกย่า(Tebasaki) แบบปกติ มี 5 ชิ้นครับ ราคา 130 บาท

    • ไก่อร่อยจริงๆครับ หนังกรุบกรอบ รสชาติออกไปทางเผ็ด/เค็ม อันนี้ผมเดวๆ มันน่าจะใช้ซอสพริกไทยดำ กับน้ำมันหอย (อันนี้เคยลองทำไก่ทอดแล้วได้สูตรที่มันคล้ายๆนะ แต่บังไม่ลงตัวแบบนี้)
    • เนื้อนุ่ม ฉ้ำๆครับ นุ่มจนเลาะเนื้อออกมาจากกระดูกได้ง่าย
  • คิชิเมงร้าน และโมจิ (Chikara Kishimen) ราคา 180 บาท

    • มีน้ำซุปกับเส้น อร่อยดีครับ แต่น่าจะเชื่อพนักงานลองสั่งยากิโซบะครับ
    • ได้กินโมจิครั้งแรก – เออเข้าใจเลยว่าทำไมมันมีข่าวแนวๆว่าโมจิติดคอตายได้ มันเหนียวนุ่มครับ

มาดูที่ค่าเสียหายกันบ้างดีกว่าครับ

  • ตามรูปเลยครับ
  • รสชาติใช้ได้เยี่ยมเลยครับ แต่เรื่องราคามันต้องคิด
    • Service Charger 10%
    • VAT 7%
  • สำหรับใครที่จะจ่ายเงินสดต้องเตรียมเงินให้พอด้วยครับ ^___^

ทำเลที่ตั้ง

  • ซอยสุขุมวิท 39 รูปปั๊นลุงเจ้าของร้านเด่นมากครับ ถ้านั่ง BTS เข้ามา เดินทางมาประมาณ 12-15 นาทีครับ โดยร้านจะอยู่ใน The Manor ครับ จริงๆมันมีราเมงอีกร้านด้วยครับ แต่ผมเข้าผิด 55555

 

 

[ENDNOTE] กำหนด Filter ที่ใช้สำหรับ Import Reference (Import Filters)

หลังจากปฏิเสธการจัดการ Reference ด้วย EndNote มานาน มันถึงวันที่ต้องใช้แล้วแหละ แต่จะพิมพ์เข้าไปในโปรแกรมเองมันจะดูถึกเกินไปครับ มาลองหา Reference ตามแหล่งสืบค้นต่างๆ แล้ว Import เข้ามาดีกว่าครับ มาลองกันครับ

  • มาลุยกันดีกว่าผลลองค้นงานวิจัย “Mutation Operator in BPMN Model” ครับ
  • มากดที่ปุ่ม Cite ครับ มันมี Format ของแต่ละโปรแกรมออกมาครับ ตอนนี้ผมจะเลือก EndNote ครับ
  • มาดูเนื้อหาที่เราได้มาครับ มันเป็น Format Import อะไรสักอย่างครับ
  • ถ้าไปดูลิงค์ข้างตรง Cite มันมีขึ้นมา View on ACM ครับ โดย ACM วารสารทางด้านคอมพิวเตอร์ครับ จะออกไปสายงานวิจัยหน่อย
  • ตอนนี้รู้แล้วว่าเนื้อหา มันเป็น Format ของ ACM ครับ  ปัญหาแล้ว EndNote รู้จัก ACM ไหม คำตอบ คือ EndNote รู้จักครับ แต่ต้องเพิ่ม Filter ให้มันก่อนครับ
  • Download Filter ได้ครับ จาก Paper อันนี้ ผมค้นหาของ ACM ครับ
  • โดยได้ไฟล์  ACM Digital Library.enf  ติดตั้งโดยการ Double-Click เลยครับ
  • ตรวจสอบก่อนว่าติดตั้งแล้วครับ โดยไปดูจากเมนู Edit >> Import Filters >> Open Filter Manager
  • ถ้ามี Filters แล้ว จะเห็น ACM Digital Library ครับ
  • ลุยย Import เลยครับ โดยนำ Cite ที่ได้ Save เป็นไฟล์ .txt ครับ จากนั้น Import โดยมีขั้นตอนตามรูปเลยครับ สังเกตุว่าตรง Import Options ผมเลือก ACM Digital Library ครับ

[ENDNOTE] ติดตั้ง Style ของ IEEE

ทำไมต้องลง Style หละ

  • ช่วยให้ Output ของแหล่องอ้างอิงมีความสอดคล้องกันทุกจุดครับ โดย End Note ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเป็น Master Data ไว้ ถ้าจะ Export แบบไหน ก็ Import Style เข้ามาติดตั้งครับ สำหรับผมใช้ตัว IEEE Style ครับ

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Style ของ IEEE มีขั้นตอน ดังนี้

  • Download IEEE Style ได้จาก https://endnote.com/downloads/style/ieee
  • ได้ไฟล์ .ens มาดังรูป
  • เปิดไฟล์ .ens ครับ เลือกเมนู File > Save as
  • ตั้งชื่อใหม่ครับ
  • กลับมาที่ Reference Database เมื่อกด Drop down ลงมาพบ IEEE ตามที่ Save ไว้
  • Note: ถ้าไม่มีให้เลือก Select Another Style แล้วหา IEEE ที่ได้ Save ไปครับ

ต่อไปก็ต้องนั่งไล่ Review Propasal อีกครั้งครับ สู้ต่อไปปป

[CR] Just Cut ตัดสบายรวดเร็ว ราคาสบายๆ

หลังจากทำงาน แก้ Defect เพื่อรีบปิดงานส่งลูกค้าไป เสาร์อาทิตย์มานั่งทำ Thesis นั่งอ่าน Paper ไปแล้ว ผมก็ยาว หัวก็ฟูกครับ คิดอะไรไม่ออกเลยยยย

ไปตั้งผมดีกว่าครับ หลังจากปักหลักที่ Emporium FoodHall มาทั้งบ่ายครับ

ทำเลที่ตั้ง

  • BTS ทองหล่อ ทางออก 2 – ไม่ต้องแตะบัตรเค้า BTS นะครับ ร้านอยู่ด้านนอกครับ ตอนแรกติดว่าจะใช้เที่ยวพี่ให้คุ้มซะหน่อย 555
  • BTS สาขา BTS พระโขนงครับ

เมื่อออกจาก BTS ทางหล่อ พบร้านตัวร้านตกแต่งเป็นโทนสีส้ม เด่นสง่ามาแต่ไกลเลยครับ ตัวเรามีขนาดเล็กครับ 3-4 ที่นั่งครับ มีช่างประจำ 3 คนครับ ร้านนี้ตัดผมอย่างเดียวนะครับ ตามชื่อร้านเลย จริงๆดูขนาดร้านแล้วก็ไม่น่าจะทำอย่างอื่นได้แล้ว พื้นที่จำกัดจริงๆ

การจองคิวครับ

เนื่องจากร้านอยู่บน BTS ครับ ทำให้มีวิธีการที่เหมือน BTS ครับ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  • จ่ายเงินครับ ทุกเพศทุกวัย ราคาเดียวครับ 120 บาทครับ เห็นหลายรีวิวบอกว่า 100 บาท อันนั้นข้อมูลเก่านะครับ (ต้องเตรียมเงินมาพอดี ร้านไม่มีให้แลก)
  • ตู้คีออสสำหรับจ่ายเงิน รับเฉพาะแบงค์ 100 และ แบงค์ 20 (เท่าที่ลองแบงค์ใหม่ ก็ใข้ได้นะ)
  • ได้บัตรคิวมาแล้วครับ

ได้เวลาตัดผม

  • ผ่านไป 15 นาที เสร็จแล้วครับ รวดเร็วทันใจจริงๆครับ

 

[CR] มาลองใช้ตู้เติมเงินบัตร Rabbit กันครับ

พักหลังๆ ผมย้ายสถานที่ทำงานจากที่บ้าน มาที่เช้าจุฬาฯ บ่ายก็ที่เอ็มโพเรียมแหละครับ เลี้ยวไปอีกฝั่งก็เป็นตู้ปลาครับ  ^__^ ที่บ้านติดใจข้าวกระเพราะเป็ดย่างมากๆครับ สุดท้ายได้รับหน้าที่ซื้อกลับบ้านไปให้หม่อมแม่กินครับ หลังจากทำภาระกิจเสร็จจะกลับบ้านและ โหหคิวเติมเงินเยอะมากๆ ทำไงดี ก็เหลือบไปเป็นเจ้าตู้นี้เข้าครับ

เค้าบอกว่ามันเติมเงินได้ – มันก็เติมได้นะเฉพาะเงินเหมาะกับยุค Cashless แต่ยังขาดในเรื่องของการเติมเที่ยวครับ

มาลองใช้กันดีกว่าครับ ว่าตู้ Rabbit Reward เวอร์ชัน Upgrade มันจะทำได้ดีแค่ไหนครับ

  • เริ่มต้นที่ – แตะจอเพื่อเริ่มการทำงานครับ (อันนี้ผมงงมาก ทำไมให้ระบบ Activate ขึ้นมาจากบัตรครับ)
  • เลือกที่เมนูเติมเงินครับ
  • ตอนนี่้ระบบรองรับแค่การเติมเงิน 100 บาท / 500 บาท และ 1,000 บาท เท่านั้นครับ *** ระบบไม่ทอนเงินนะครับ ***
  • ระบบบอกให้ใส่ธนบัตรครับ เร็วนิดนึงนะครับ ระบบตั้งเวลา Timeout ไว้ไวมาก พลาดทีต้องเริ่มต้นใหม่เลย
  • ยัดเงินตรงนี้นะครับ – เต็มยังงงนะ ว่าถ้าแบงค์มีปัญหาขึ้นมา ระบบจะคืนเงืนยังไง เพราะของ Bluepay มันมีช่อง คืน แบงค์ข้างล่างเลย
  • รอใบเสร็จออกครับ
  • เสร็จแล้วอย่าลืมกด Logout นะครับ เดวจะมีคนอื่นมากดเติมเงินบัตรเราให้

ข้อดี

  • รวดเร็วดีครับ

ข้อเสีย

  • รองรับเฉพาะการเติมเงิน – ไม่รองรับการเติมเที่ยว
  • ระบบไม่ทอนเงิน

 

 

[CR] ลองมารับบัตรแมงมุมกันครับ

หลังจากมีประกาศมา

นานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

มาาากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ถึงตั๋วร่วมที่ที่สามารถใช้ได้กับขนส่งสาธารณะได้ทั้ง MRT สายสีน้ำเงิน, MRT สายสีม่วง, Air-Port Link และ รถเมล์ ขสมก (ส่วน BTS นั้นนอกคอกไป 555) โดยคั๋วร่วมนี้มาแจกฟรีนะครับ ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ทุกสถานีครับ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • เวลา – เพื่อเดินทางไปรับบัตร
  • เงิน – เติมลงบัตร

ขั้นตอนการรับบัตรแมงมุม

  • ต้องออกจาก Gate ของสถานีก่อนนะครับ แล้วไปต่อคิวรับบัตรที่ห้องขายตั๋วครับ
  • มีเอกสารมาให้กรอกครับ อันนี้ต้องยื่นพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงครับ
  • ถ้ามีบัตร MRT เก่า – สามารถแจ้งให้โอนเงินที่ค้างในนั้นได้ครับ
  • ถ้าไม่มีเติมเงินในบัตรเลยครับ เริ่มต้น 100 บาท ทวีครั้งละ 100 บาท และเติมสูงสุด 2,000 บาทครับ
  • บัตรพร้อมใช้งานครับ

คำแนะนำ

  • สอบถามวันและเวลาแจกบัตรจริงๆนะครับ บางวัน บางสถานี จะแจกบัตรบุคคลทั่วไปก่อน บัตรเด็ก และบัตรผู้สูงอายุยังไม่มีครับ
  • ได้บัตรมาแล้ว แนะนำให้เติมเงินเปิดใช้งานเลยครับ เพราะ ต้องเปิดบัตรที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงเท่านั้นครับ

[CR] ยาคูลท์ไลท์ นมเปรี้ยวสำหรับคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

หลังจากเดินจับโปเกม่อนมานาน ระหว่างทางอยู่ๆก็พบสาวยาคูลท์ครับ ซึ่งสิ่งที่ผมได้มา คือ

ยาคูลท์ ไลท์ ครับ

สำหรับคุณสมบัติของมันครับ

  • สูตรน้ำตาลน้อยแค่ 1.75% เท่านั้น แค่ 30 Kcal โดยถ้าเทียบกับสูตรดั่งเดิมน้ำตาล 18% ครับ
  • ราคา 8 บาท เพิ่มขึ้นจากสูตรดั่งเดิม 1 บาทครับ
  • รสชาติ โดยทั่วไปไม่ต่างกับ อาจจะมีความจื๊ดหวาน ที่ลดลง สำหรับคนติดหวานน่าจะรู้สึกได้ครับ ^__^

สรุป

ยาคูลท์ไลท์ นมเปรี้ยวสำหรับคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

[CR] เหนื่อยก็พักที่ PowerNap @Interchange Tower MRT Asoke

ติดปัญหา Error ของ BPMN ตั้งนานครับ พอแก้ได้แล้วเลยมาผ่อนคลายบ้างครับ ^__^ โดยวันนี้ผมได้ไปที่ร้าน PowerNap @Interchange Tower MRT Asoke ครับ เห็นใน Facebook มาหลายรอบแล้ว พอดีผ่านมาแถวนี้ด้วยโอกาศดีเลยครับ เตรียมนอนช่วงบ่ายครับ

ที่อยู่ร้าน

  • ตึก Interchange ชั้น B1 ครับ ถ้ามีใต้ดินออกปุ๊บจะโพล่มาเกือบถึงเลย
  • สำหรับตัว PowerNap Lounge จะอยู่ลึกนิดนึงครับ โดยอยู่ชั้น B1 และผ่านช่องทางเล็กๆ จุดสังเกตุ คือ ร้าน Amazon ครับ เจอช่องเล็กๆพุ่งเข้าไปเลยครับ
  • ถึงทางเข้าร้านแล้วครับ
  • ป้ายร้านครับ

ภาพรวมร้าน

  • ตัวร้านมี 2 ส่วน
    • ส่วน Cafe กับ Co-Working Space ครับ แอร์เย็นสบาย Wifi-เร็วดีครับ

      This slideshow requires JavaScript.

    • ส่วนการนอน จะเป็นห้องมืด ไฟสลัวนิดนึงครับ

      This slideshow requires JavaScript.

  • ถ้ามาครั้งแรกมี Welcome Drink ด้วย – ได้มาแบบงงๆเลย ตอนแรกกะจะมานวด
  • และก็ที่มีให้เปลี่ยนรองเท้า เป็นรองเท้าแตะน้องปลาวาฬด้วยนะครับ สำหรับคนที่ใส่ถุงเท้ามาก็สวมทับเลย เข้าใจว่าป้องกันเรื่องกลิ่นครับ

โปรโมชั่นที่ผมได้ลอง

  • นวดด้วยเครื่องนวด 30 นาทีครับ + เครื่องดื่มครับ + ฟังเพลงผ่อนคลายครับ โดย
    • 20 นาที เป็นการนวด โดยมี 3 โหมด ให้เลือก ได้แก่
      • โหมด Swing – เก้าอี้นวด ยกขึ้น สลับลบ และนวดคลายจุดไป โดยแต่ละรอบแรงที่กดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นนะ
      • โหมดกดจุด – สำหรับคนชอบนวดแรงๆ หรือชอบนวดแผนไทย
      • โหมดหลับสบาย – ตัวเก้าอี้จะปรับเป็นสำหรับนอน และนวดผ่อนคลายเบาๆครับ
      • Note: ในช่วง 3 นาทีแรก ทางพนักงานจะมาติดตามสอบถามครับ ว่าเครื่องซาดิสไปไหม โดนกดตรงไหนแรง หรือเจ็บตรงไหนบ้างครับ
    • 10 นาที สุดท้ายเป็นการนอนพัก มีพนักงานเอาผ้ามาให้ห่มด้วย หลับสบายเลยเรา
  • ค่าเสียหายหละ
    • ถ้าราคาเต็ม 190 บาทครับ แต่วันนี้มีโปรมาคนเดียวลด 30% ครับ เหลือ 133 บาท (อิจจฉาคนมีคู่ เพราะถ้ามาเป็นคู่ จะได้โปร 1 แถม 1 ครับ
    • ราคาเครื่องดื่มรวมกับค่านอน 190 บาทแล้วครับ ผมได้สั่ง Italian Soda– Peach ชื่นใจตื่นเลยครับ ^___^

ปิดท้าย

  • สบายครับ หลับเพลินนน
  • ถ้าสนใจตามไปที่ Fackbook Fanpage ได้ที่ Power Nap Lounge ครับ

 

[CUSE] เทอมที่ 3 แล้วนะ !!!!!

สำหรับเทอมนี้เป็นเทอมที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะครับ ทั้งการเปลี่ยนแผนการเรียนจาก แผน ข ไปเป็น แผน ก ครับ มาดูกันดีกว่า ว่าเทอมนี้ ผมได้ลองวิชาอะไรไปบ้าง

  • Research Method
    • วิชานี้ก็ตามชื่อวิชาเลยครับ บอกว่าแนวทางการทำวิจัยเป็นอย่างไร และวิจัยในสาย SE มีด้านไหนบ้าง มีจุดควรระวังอะไร
    • ** ก่อนจะมีเรียนวิชานี้เป็นไปได้ควรมีหัวข้อ Master Project  หรือ Thesis ก่อนครับ
    • ปีของผมดีอย่างนึง – เนื่องจากคนน้อย มันเลยออกแนวๆ Private Class และทุกคนได้มีเวลาประชุม หาจุดบอดของหัวข้อที่เพื่อน แต่ละคนทำครับ
  • Enterprise Application Architecture(EAA)
    • วิชานี้ สำหรับคนที่ต้องออกแบบระบบขนาดใหญ่ครับ หรือจะสร้าง Framework ไว้ใช้งานในองค์กรครับ โดยยึดตาม Pattern ของ Martin Folwer ครับ ซึ่งเน้นสถาปัตยกรรมของระบบแบบ Layer จากนั้นค่อยดูลงไป แต่ละชั้นว่ามีอะไรบ้าง และควรใช้ตอนไหน
    • การสื่อสารสำหรับสาย SE แล้ว UML เป็นภาษากลางครับ
    • การเรียนวิชานี้ได้ Idea เห็นว่าจากสิ่งเล็กๆ อย่าง Design Pattern มันไปตอบโจทย์ของสถาปัตยกรรมของซอฟต์แวร์(Software Architecture) ได้อย่างไร ใช้สำหรับงานประเภทไหน จากเดิมที่งานมันเป็น Business Batch (Transaction Script) จนกลางมาเป็น Domain Model ได้อย่างไร
    • สำหรับ DEV ทำไปทำมา อาจจะร้องอ๋อ เพราะ เขียน Code มาแล้วโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ อย่าง เช่น
      • PHP – Codeigniter
      • Java – Spring Framework
  • Machine Learning(ML)
    • สำหรับวิชานี้ ผมมองว่ามัน Math ล้วนๆ ที่เป็นพื้นฐานของวิชา Social Network Analysis(SNA) ที่ผมได้เรียนไปเมื่อเทอมที่แล้วครับ โดยตัว SNA ผมมองว่าเป็น Application หนึ่งของ ML นะครับ
    • เนื่อหาที่เรียนเป็นพวก
      • Decision Tree
      • Neural Network (ANN) – Linear Node, TLN, Sigmoid
      • Classification Naive Bayes – เอาไปใช้กับพวก Text Classification
      • Clustering – K-Mean กับ SOM
      • Evaluation ML Model – ว่าของทำมาแล้วบอกได้ไงว่า Model เรามั่นใจได้ แต่ไหน ตรงนี้เอาแนวคิดของทาง Stat เข้ามาช่วยครับ
      • SVM – อันนี้เป็น Application นึงของ Neural Network
    • ปัญหาที่เป็น Imbalance Data
      • แก้สัดส่วนของ Entropy
      • เบิ๊ลข้อมูลให้ใกล้เคียงกัน
    • DataSet: ที่ใช้เป็น Benchmark หรือใช้อ้างอิงในงานวิจัยต่างๆ  UCI Machine Learning Repository และก็ได้ลองเอา Data จากพวก Open Data มาทำ Term Project ด้วย
  • Thesis (3 หน่วยกิต)
    • ได้หัวข้อแล้ว แต่ยังพายวนในอ่างอยู่ครับ 5555 ตอนนี้ผมก็ศึกษา BPMN กับ Mutation Testing ครับ

เทอมนี้พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนหลายคนถึงลงเรียนน้อยๆกัน หรือไม่ลงเลยนอกจาก Research Method กับ Thesis ไอ้เราก็เสียดายค่าเทอมเกือบหกหมื่นเลยลงเรียน EAA กับ ML เพิ่ม แม้ว่าจะเกินจากแผน ก(2) ที่ต้องเรียนแล้วครับ

เทอมนี้เหมือนเทอมที่ผ่านมาครับ เน้นสุขภาพให้ได้มากที่สุดครับ เพราะกลัวจะเป็นมะเร็งตับครับ

  • วิ่ง – เทอมนี้/ไม่สิปีนี้พยายามออกกำลังให้ได้มากสุดที่สุดครับ เดือนแรก สัปดาห์ละ 3 วัน พอหลังๆงานประจำ และเรียนรุมเร้า ผมก็พยายามจัดเวลาให้ได้สัปดาห์ละ 1 ครั้งครับ
  • กิน – รู้สึกว่า เริ่มเลือกกินมากขึ้นและ กินพวกผักเยอะขึ้น
  • ตอนนี้เริ่มคิดและว่าหลังเรียนจบ คงต้องตรวจสุขภาพแล้ว รู้สึกแบบว่าสมองทำงานหนักเกินไป จนบางทีก็เบลอๆ ลืมๆ อาจจะเพราะ เทอมนี้งานหนักด้วยกลับบ้าน 2-3 ทุ่มเกือบประจำ

เรื่องงาน

  • โคตรเยอะครับ – อยู่ๆงานตลอดสงกรานต์ ก็ต้องทำงานแทน T____T และปัญหาอีกหลายๆที่ผมเขียนบ่นใน Blog นี้แหละ ซึ่งถ้ามองกลับไปตอนเรียนนึงถึงวิชา PM ที่มีเรื่องของ Communication ถ้าไม่คุยทำความเข้าใจกันดีๆตั้งแต่เริ่มแล้วหละก็ เละครับ และส่วนใหญ่คนที่ซวยๆ ก็กรรมกรไอทีอย่างเราๆ

 

[CR] ข้าวกระเพราเป็ดย่าง @ Emporium FoodHall by Dragon X

จริงๆวันนี้ก็กะนั่งทำ Thesis ยาวๆไปครับทีคณะวิศวะฯ ครับ แต่นั่งแก้ BPMN ตั้งนาน มันก็ยังติดอยู่ครับ

ตอนบ่ายผมเลยตัดสินใจเดินจากจุฬา มา Terminal ไล่มาเรื่อยๆจนถึงตู้ปลา มาไล่จับโปเกม่อนกับวางเสา Ingess ครับ วันนี้ผมได้  Pokémon Ho-Oh 4 ตัวครับ ทำไมไม่ได้ Latios แงงง

สถานที่ตั้ง

  • ร้าน Dragon X ที่ Emporium FoodHall ชั้น 4 ครับ
  • ตัว FoodHall  อยู่ลึกนิดนึงนะครับ เข้าใจว่ากลยุทธ์ของที่นี้น่าจะอยากให้กินของร้านอื่นๆ ก่อนครับ FoodHall นี้ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายครับ
  • ตอนผมเข้ามาครั้งแรก คนไทยน้อยมากครับในนี้ จะมีแต่ฝรั่งกับญี่ปุ่นมานั่งกินข้าวครับ มาเป็นครอบครัว มุ่งมิ้งบ้าง ซนบ้างครับ ^__^

เมนูของร้านครับ

  • เยอะแยะครับ ผมเลยถ่ายเมนูมาทั้งหมดเลยดีกว่า

 

ข้าวกระเพราเป็ดย่าง

  • หิวมากครับ หลังจากจับ Pokémon Ho-Oh มาได้ 4 ตัวได้้เวลามาผัดกระเพรากินครับ ฮ่าๆ ม่ายใช่ครับ ที่มาเลือกเมนูนี้ เพราะน้องที่ทำงานบอกว่ามันอร่อยมว๊ากกก อร่อยที่สุดดดดด
  • สำหรับข้าวกระเพราเป็ดย่าง

    • ราคา : 80 บาท
    • สื่งที่ได้ : ข้าวกระเพราเป็ดย่าง + น้ำซุป
    • รสชาติ : พระเอก คือ เป็ดย่างครับ เนื้อชุ่ม๙่ำมากๆครับ หนังกรอบๆ เนื้อนุ่มครับ ผัดเคล้าใบกระเพรา รสชาติจัดจ้าน แต่กลิ่นใบกระเพรายังไม่ออกมาชัดนัก อาจจะผัดเร็วๆ ยังไม่เข้าถึงได้ครับ แต่โดยรวมถึงว่าดีครับ และน้ำซุปหวานเผ็ดนิดๆ เข้ากัยได้ดีกับเมนูหลักครับ ^__^

ข้าวหน้าเป็ด

  • อีกเมนูครับ ข้าวหน้าเป็ด – อันนี้แถมครับ เพราะวันอาทิตย์ ผมก็มาทำ Thesis + จับโปเกม่อนครับ ใจจริง อยากสั่งเฉโปครับ แต่มาช่วงบ่ายโมง หมูกรอบหมดครับ

    • ราคา : 70 บาท
    • สิ่งที่ได้ : ข้าวหน้าเป็ด + น้ำซุปครับ
    • รสชาติ : เนื้อเน้นๆ ราดด้วยน้ำเป็ดเข้มข้นครับ กินเคียงคู่กับผัดสด และขิงดอง ฟินไปอีกแบบครับ

สรุปตอนนี้ น่าจะวิถีชีวิตใหม่หลังปิดเทอมครับ ตอนเช้าไปจุฬาฯ นั่งที่ซอกข้างตึก บ่ายๆมา Terminal จับโปเกม่อน เดินมาเรื่อยๆ แล้วมาเติมหลังที่ Emporium เท่าที่สังเกตใน FoodHall มีร้านอร่อยอยู่หลายร้านะครับ ^__^