ส่วนตัวเขียน Blog โดยใช้ WordPress มานานแล้ว แต่ไม่ได้หวังอะไรกับเงินมากกก ถ้าได้เยอะๆก็ดี 5555 พอดีเห็น Post ให้รุ่นแรก ไม่ทันอ่า มีรุ่นสอง แล้วทันพอดีครับ คำถามตอนแรกของผมตอนไปเรียน
- WordPress ที่เราใช้อยู่แบบ Self-Host มันมีอะไร ที่เราไม่รู้บ้าง เพราะ ก็เป็น End-User ที่ดี มี Update ก็กด Update Security ต้อง Patch ถ้า Update แล้วมีแตกก็แก้ครับ 5555 เรื่องล่าสุดก็ Block Editor ครับ ใช้ไปใช้มา 12 ปีนะ กับ WordPress เนี่ยแหละ
- เขียนยังไงให้มัน Impact ผมเอง จริงๆเขียนเพื่อให้ Google มาช่วย ยุค AI แล้วมาช่วยหา ขี้เกียจจำ กับอีกอัน เอาไว้บ่น หลายคนที่อ่านเค้าบอกเดี๋ยว มันต้องมีสักจุดแหละแทรกๆไป
มีหลายสิ่งที่พอลองย้อนมาแล้ว เออเราพลาดจริงๆ
- เรื่องของรูป
- เมื่อก่อน ผมโยนหมด กว่าจะรู้ใช้พื้นที่ Host ไปและ 5 GB ตอนนี้ยังแก้ไม่ครบนะ ทยอยมาแก้ Post เก่าและปรับมาเป็นไฟล์ .webp แทน
- การตั้งชื่อ Default อะไรมาตามนั้น พอ Upload เข้ามาแล้ว พวก Title / Alt Text ให้ SEO มันหา ผมปล่อยว่างเลย จริงมันควรกำหนดแต่แรก ตั้งแต่ชื่อไฟล์เลย และ Title / Alt Text
- Excerpt มันไม่บังคับก็ไม่ใส่
- Excerpt อันนี้ไม่สนใจว่ามันทำอะไรเหมือนกัน
- สรุปมันสำหรับพวก SEO ไม่เกิน 150 คำ และที่ลองถ้าใครลง JetPack หรือใช้ WordPress.com มันมี AI ช่วย Generate นะ
- Category โครงสร้าง หรือโทนของเว็บ
- Category เขียนมา 10 กว่าปีนึกอะไรก็ใส่ 555 เต็มไปหมด ควรไปใช้ Tag แทน
- จริงๆ ควรมีไม่เกิน 3 จะได้เห็นชัดเจนของเว็บ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตอนแรก Domain ทำมาเพื่อรับงาน Dev แต่หลังเรียน ป โท งานเยอะ เลยกลายเป็น Blog เต็มตัวเลย
- 1 Post 1 Category ของผมมั่วไปหมดเลย 5555
- Feature Image เพิ่งรู้ว่าควรคุมโทน
- Feature Image แรกๆผมใช้ Word มันง่ายกว่า Paint หลังๆใช้ power point แล้ว
- ยุคนี้ใช้ Canva ต้องไปลองและ ใช่ Blog ลองสมัคร Canva ดูเลย
- Slug สำคัญนะ
Slug ตัว url ที่หาไป post page
- ผมพลาดทำเป็นภาษาไทย มันจะเอ๋อๆ ตอนกด Share
- จริงๆควรทำเป็นภาษาอังกฤษ จะพยายามถ้าไม่ลืม ปกตินิสัยผม ถ้าเขียน Blog จดปัญหา วิธีแก้ หรือ เรื่องทั่่วไป บางเขียนวันนี้ แชร์อีกทีก็ 2 - 3 เดือนเลย บางทีลืม ยกพวกสรุป meet up จะไว เดวผ่านไปแล้วลืม
- Stat
Stat ผมไม่ค่อยได้ดู จริงๆมาดูละครั้งเลย Blog IT ที่เมนูสตาร์บั๊กมี View มากกว่าส่วนใหญ่ เดี๋ยวต้่องมาลองดูและ
- Subscribe Block
ตอนแรกคิดว่ามันเสียเงิน แล้วไม่ได้กดไป มันเจ๋งมันพวก Mail Newsletter แบบที่ Medium มันทำได้ด้วยเจ๋งๆ โพสนี้ลองดูและ
แต่มีหลายเรื่องที่รู้ก่อนดีกว่า
- การแก้พวก URL Pattern
จาก .blog > .com หรือ เป็น Path Style จาก <your_domain>/year/month/<post_name> มาเป็น <your_domain>/<post_name> ต้องทำ Redirect ด้วย
- Full Site Editor
มันน่าจะนิ่งแล้ว จะเอาพวก Elementor ออก เมื่อก่อนเคยใช้แล้วมันค้าง แปะ code เลย
- post structure
จดไว้ก่อน เผื่อเอามาปรับเขียน ของผมเน้นยัดๆอะไรก็ได้ ขอให้มี Table of Content ตามที่เรียนจะประมาณPattern จะเป็นแบบ
Feature Image Table of Content //ให้ user jump พวก Self host ต้องไปลง Plug-in เพิ่ม content
และ Content จะมีโครงสร้างประมาณนี้
- Heading - image - paragraph พยายามอย่างให้ยาวเกินไป ปกติไม่ควรเกิน 2 บรรทัด เว้นไว้ห้อ่านง่าย เออไม่เคยคิดพวกนี้เลย ใช้ภาษาของเรา อย่าทางการมาก แล้่วส่วน Content ถัดไป
อันนี้ดี เขียน รอบแรก เอา Idea ออกมาให้หมด อ่าน 3 รอบ เพื่อมาปรับปรุง ของผมส่วนใหญ่จะแค่ 2
- WordPress.com เมื่อ 10 กว่าปีก่อน และปัจจุบัน
Recap WordPress มี 2 แบบ
- WordPress.com - เราเน้นเขียน Content ส่วนด้วย Technical ยกให้ WordPress เค้าจัดการ
- WordPress.org - เรามาลองเอง Setup เอง
สำหรับตัว WordPress.com มันดีขึ้นมาก สมัยก่อนมันเขียน Blog อย่างเดียว และแก้อะไรได้น้อย หงุดหงิด มันเหตุผลนึงในสมัยนั้นที่ย้ายออกมา Self-Host เองแทน ตอนขึ้นง่าย และของพื้นฐานเยอะ stat / social share / full site editor อีก เหมือนจะแอบพวก WooCommerce ด้วย
- การแสดง Content
แสดงให้อยู่กลางจอ ไม่จำต้องใช้้พื้นที่เต็มครบ 600-700 pixel จะไม่ต้องกวาดตาไปมา อันนี้ผมเพิ่วรู้เหมือนกัน ตอนแรกคิด พื้นที่เหลือตั้งเยอะดูใช้ไม่คุ้ม
สุดท้ายและ
จดครบ หรือป่าวไม่รู้นะ หลังจากปรับ mindset น่าจะ 4 ข้อนะ
- Everyone Should Have A Website
- Writing is a Critical skill
- SEO เขียนให้ดี ก่อนยิง Ads
- Tech WordPress ช่วยระดับนึงน้า ลองแบบ WordPress.com ถ้าไม่ชอบใช้ Ghost ได้นะ - พยายามสร้าง Content ให้สม่ำเสมอ
- สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นเมื่อเราลงมือทำ
สุดท้ายเหมือนที่คุณ Toy พูด ความไม่รู้ สิ่งที่แพงที่สุดดด และไปดู Kang Fu Panda 4 มี Quote คล้ายๆ เสริมกัน เราไม่มีทางรู้ หรอกว่าเราทำอะไรได้บ้างจนกว่าจะได้ลองทำ //รู้ว่ามันลอง Highlight ได้ เล่นเยอะเลย 5555
เดี๋ยวรอ Course ใน Discord ต่อครับ ว่า Blog จะอะไรที่ต้องควรปรับอีกไหม และส่งการบ้านด้วย ถ้าจะปรับ Blog นี้ Category ให้เหลือ 3 อัน น่าจะเป็น Software Engineer Trip / Tech Meetup Summary / Software Engineer Life (จะใส่บ่นก็ไม่น่าจะดี 555) เดวต้องค่อยๆปรับ มันพันกันเยอะ เป็น Blogger Debt ล้อกับตัว Technical Debt
ถ้าชอบลองกด Subscribe ดูนะ ไม่รู้ว่า Work ไหมนะ เรียนเสร็จปุ๊บ มันมีเปิด Feature นี้เลย เรามันคนจริงๆ Test บน Production (Blog ตัวเองนี่แหละ)



