Web For Impact (#02) with WordPress (Question / My Mistake / Check List)

ส่วนตัวเขียน Blog โดยใช้ WordPress มานานแล้ว แต่ไม่ได้หวังอะไรกับเงินมากกก ถ้าได้เยอะๆก็ดี 5555 พอดีเห็น Post ให้รุ่นแรก ไม่ทันอ่า มีรุ่นสอง แล้วทันพอดีครับ คำถามตอนแรกของผมตอนไปเรียน

  • WordPress ที่เราใช้อยู่แบบ Self-Host มันมีอะไร ที่เราไม่รู้บ้าง เพราะ ก็เป็น End-User ที่ดี มี Update ก็กด Update Security ต้อง Patch ถ้า Update แล้วมีแตกก็แก้ครับ 5555 เรื่องล่าสุดก็ Block Editor ครับ ใช้ไปใช้มา 12 ปีนะ กับ WordPress เนี่ยแหละ
  • เขียนยังไงให้มัน Impact ผมเอง จริงๆเขียนเพื่อให้ Google มาช่วย ยุค AI แล้วมาช่วยหา ขี้เกียจจำ กับอีกอัน เอาไว้บ่น หลายคนที่อ่านเค้าบอกเดี๋ยว มันต้องมีสักจุดแหละแทรกๆไป

มีหลายสิ่งที่พอลองย้อนมาแล้ว เออเราพลาดจริงๆ

- เรื่องของรูป
  • เมื่อก่อน ผมโยนหมด กว่าจะรู้ใช้พื้นที่ Host ไปและ 5 GB ตอนนี้ยังแก้ไม่ครบนะ ทยอยมาแก้ Post เก่าและปรับมาเป็นไฟล์ .webp แทน
  • การตั้งชื่อ Default อะไรมาตามนั้น พอ Upload เข้ามาแล้ว พวก Title / Alt Text ให้ SEO มันหา ผมปล่อยว่างเลย จริงมันควรกำหนดแต่แรก ตั้งแต่ชื่อไฟล์เลย และ Title / Alt Text
- Excerpt มันไม่บังคับก็ไม่ใส่
  • Excerpt อันนี้ไม่สนใจว่ามันทำอะไรเหมือนกัน
  • สรุปมันสำหรับพวก SEO ไม่เกิน 150 คำ และที่ลองถ้าใครลง JetPack หรือใช้ WordPress.com มันมี AI ช่วย Generate นะ
- Category โครงสร้าง หรือโทนของเว็บ
  • Category เขียนมา 10 กว่าปีนึกอะไรก็ใส่ 555 เต็มไปหมด ควรไปใช้ Tag แทน
  • จริงๆ ควรมีไม่เกิน 3 จะได้เห็นชัดเจนของเว็บ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตอนแรก Domain ทำมาเพื่อรับงาน Dev แต่หลังเรียน ป โท งานเยอะ เลยกลายเป็น Blog เต็มตัวเลย
  • 1 Post 1 Category ของผมมั่วไปหมดเลย 5555
- Feature Image เพิ่งรู้ว่าควรคุมโทน
  • Feature Image แรกๆผมใช้ Word มันง่ายกว่า Paint หลังๆใช้ power point แล้ว
  • ยุคนี้ใช้ Canva ต้องไปลองและ ใช่ Blog ลองสมัคร Canva ดูเลย
- Slug สำคัญนะ

Slug ตัว url ที่หาไป post page

  • ผมพลาดทำเป็นภาษาไทย มันจะเอ๋อๆ ตอนกด Share
  • จริงๆควรทำเป็นภาษาอังกฤษ จะพยายามถ้าไม่ลืม ปกตินิสัยผม ถ้าเขียน Blog จดปัญหา วิธีแก้ หรือ เรื่องทั่่วไป บางเขียนวันนี้ แชร์อีกทีก็ 2 - 3 เดือนเลย บางทีลืม ยกพวกสรุป meet up จะไว เดวผ่านไปแล้วลืม
- Stat

Stat ผมไม่ค่อยได้ดู จริงๆมาดูละครั้งเลย Blog IT ที่เมนูสตาร์บั๊กมี View มากกว่าส่วนใหญ่ เดี๋ยวต้่องมาลองดูและ

- Subscribe Block

ตอนแรกคิดว่ามันเสียเงิน แล้วไม่ได้กดไป มันเจ๋งมันพวก Mail Newsletter แบบที่ Medium มันทำได้ด้วยเจ๋งๆ โพสนี้ลองดูและ

แต่มีหลายเรื่องที่รู้ก่อนดีกว่า

- การแก้พวก URL Pattern

จาก .blog > .com หรือ เป็น Path Style จาก <your_domain>/year/month/<post_name> มาเป็น <your_domain>/<post_name> ต้องทำ Redirect ด้วย

- Full Site Editor

มันน่าจะนิ่งแล้ว จะเอาพวก Elementor ออก เมื่อก่อนเคยใช้แล้วมันค้าง แปะ code เลย

- post structure

จดไว้ก่อน เผื่อเอามาปรับเขียน ของผมเน้นยัดๆอะไรก็ได้ ขอให้มี Table of Content ตามที่เรียนจะประมาณPattern จะเป็นแบบ

Feature Image 
Table of Content //ให้ user jump พวก Self host ต้องไปลง Plug-in เพิ่ม
content 

และ Content จะมีโครงสร้างประมาณนี้

- Heading 
- image 
- paragraph พยายามอย่างให้ยาวเกินไป ปกติไม่ควรเกิน 2 บรรทัด เว้นไว้ห้อ่านง่าย เออไม่เคยคิดพวกนี้เลย ใช้ภาษาของเรา อย่าทางการมาก 

แล้่วส่วน Content ถัดไป

อันนี้ดี เขียน รอบแรก เอา Idea ออกมาให้หมด อ่าน 3 รอบ เพื่อมาปรับปรุง ของผมส่วนใหญ่จะแค่ 2

- WordPress.com เมื่อ 10 กว่าปีก่อน และปัจจุบัน

Recap WordPress มี 2 แบบ

  • WordPress.com - เราเน้นเขียน Content ส่วนด้วย Technical ยกให้ WordPress เค้าจัดการ
  • WordPress.org - เรามาลองเอง Setup เอง

สำหรับตัว WordPress.com มันดีขึ้นมาก สมัยก่อนมันเขียน Blog อย่างเดียว และแก้อะไรได้น้อย หงุดหงิด มันเหตุผลนึงในสมัยนั้นที่ย้ายออกมา Self-Host เองแทน ตอนขึ้นง่าย และของพื้นฐานเยอะ stat / social share / full site editor อีก เหมือนจะแอบพวก WooCommerce ด้วย

- การแสดง Content

แสดงให้อยู่กลางจอ ไม่จำต้องใช้้พื้นที่เต็มครบ 600-700 pixel จะไม่ต้องกวาดตาไปมา อันนี้ผมเพิ่วรู้เหมือนกัน ตอนแรกคิด พื้นที่เหลือตั้งเยอะดูใช้ไม่คุ้ม

สุดท้ายและ

จดครบ หรือป่าวไม่รู้นะ หลังจากปรับ mindset น่าจะ 4 ข้อนะ

  • Everyone Should Have A Website
  • Writing is a Critical skill
    - SEO เขียนให้ดี ก่อนยิง Ads
    - Tech WordPress ช่วยระดับนึงน้า ลองแบบ WordPress.com ถ้าไม่ชอบใช้ Ghost ได้นะ
  • พยายามสร้าง Content ให้สม่ำเสมอ
  • สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นเมื่อเราลงมือทำ

สุดท้ายเหมือนที่คุณ Toy พูด ความไม่รู้ สิ่งที่แพงที่สุดดด และไปดู Kang Fu Panda 4 มี Quote คล้ายๆ เสริมกัน เราไม่มีทางรู้ หรอกว่าเราทำอะไรได้บ้างจนกว่าจะได้ลองทำ //รู้ว่ามันลอง Highlight ได้ เล่นเยอะเลย 5555

เดี๋ยวรอ Course ใน Discord ต่อครับ ว่า Blog จะอะไรที่ต้องควรปรับอีกไหม และส่งการบ้านด้วย ถ้าจะปรับ Blog นี้ Category ให้เหลือ 3 อัน น่าจะเป็น Software Engineer Trip / Tech Meetup Summary / Software Engineer Life (จะใส่บ่นก็ไม่น่าจะดี 555) เดวต้องค่อยๆปรับ มันพันกันเยอะ เป็น Blogger Debt ล้อกับตัว Technical Debt

ถ้าชอบลองกด Subscribe ดูนะ ไม่รู้ว่า Work ไหมนะ เรียนเสร็จปุ๊บ มันมีเปิด Feature นี้เลย เรามันคนจริงๆ Test บน Production (Blog ตัวเองนี่แหละ)

Reference