บทที่ 4 เป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าสาวก(สรุปโดยพี่ปิง COMSWU#21)

ใน ปี 1977 ร็อบ แคมเบลล์ เป็นโปรแกรมเมอร์ในบริษัทเล็กๆ ขณะนั้น เขาได้คิดโปรแกรมบัญชีขึ้นมา จ๊อบสนในความคิดของเขาจึงติดต่อให้ไปพบ แต่แคมเบลล์เลือกไปพบกับบริษัทคู่แข่งของจ๊อบสองแห่งก่อนคือแทนดี้และคอมมอดอร์ วิสัยทัศน์ของเขาสองบริษัทแรกนั้นไม่เป็นที่ถูกใจของแคมเบลล์เลย แทนดี้เห็น pc เป็นสินค้ากระแส คอมมอดอร์เป็น pc เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มราคาหุ้น แต่จ๊อบเห็นว่า pc สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่แคมเบลล์ประทับใจมาก จ๊อบเป็นคนที่มองเห็นข้ามขอบฟ้า มองเห็นอนาคตว่าสิ่งที่ทำจะส่งผลต่อโลกอย่างไร เขาเลือกจ้างคนที่เก่งที่สุดในแต่ละวงการ คนที่สามารถทำวิสัยทัศน์ของเขาให้กลายเป็นจริงได้ เขามีวิธีการชักชวนคนให้เข้าร่วมทำงานกับเขาอย่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เขามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมีพลังจนไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ ในการขายหุ้นมีหนังสือลับที่พยากรณ์ความสำคัญของ pc ไว้ได้ถูกต้อง จ๊อบเห็นว่าบ้านที่มี pc นั้นจะได้เปรียบบ้านที่ไม่มีอยู่มาก วิสัยทัศน์เช่นนี้จึงทำให้แคมเบลล์สนใจที่จะทำงานกับจ๊อบ แอปเปิ้ลมีวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายและชัดเจนคือการนำคอมพิวเตอร์ไปสู่มือของคนทั่วไป ซึ่งต่างจากพันธกิจที่บอกให้รู้ว่าเราทำอะไร วิสัยทัศน์คือวิธีทำให้โลกดียิ่งขึ้น ในแอปเปิ้ล การจ้างคนที่เก่งที่สุดมาท้าทายกันเองในบริษัทเพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุด ลีนเดอร์ คาห์เนย์ บรรยายว่า โวซเนียกเป็นอัจฉริยะด้านฮาร์ดแวร์ แต่จ๊อบเป็นคนที่เข้าใจภาพรวมทั้งหมด เป็นคนออกไอเดียและดูแลเรื่องโฆษณา ทำให้แอปเปิ้ลทูกลายเป็น pc เครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จ ถึงแอปเปิ้ลจะไม่ใช่คนคิดระบบ gui แต่จ๊อบนำมันมารวมกับ pc จนกลายเป็นสิ่งสำคัญของ pc ในยุคปัจจุบัน เป็นคนที่นำมันมาสู่ประชาชนตามวิสัยทัศน์ของเขา จ๊อบได้มีโอกาสได้ไปดูงานที่ PARC ของซีร็อกซ์ เขาได้เห็น GUI จึงได้นำทีมโปรแกรมเมอร์มาศึกษางาน ถึงแม้ว่าอะเดเล โกลด์เบิร์ก จะห้ามผู้บริหารของซีร็อกซ์แล้วก็ตาม จ๊อบจึงได้นำความคิดเรื่อง GUI ไปพัฒนาต่อจนสำเร็จช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น ซีร็อกซ์พลาดโอกาสที่จะกลายเป็นจ้าวแห่งคอมพิวเตอร์ไป เพราะขาดวิสัยทัศน์ งานนวัตกรรมจำเป็นต้องมีทำใจรักและวิสัยทัศน์ควบคู่กันไปด้วย จ๊อบมีวิธีดึงทีมงานกลับมาอยู่ในวิสัยทัศน์เดิมได้เสมอ เขาเป็นนักเล่าเรื่องชั้นเยี่ยม จ๊อบหงุดหงิดจากการที่แมคอินทอชของเขาบูทช้า จึงกระตุ้นนักพัฒนาว่าถ้าบูทเร็วขึ้นห้าวินาที เป็นล้านเครื่อง ในแต่ละวันล้านครั้ง เท่ากับเวลาในชีวิตทั้งหมดของคนห้าสิบคน คุณกำลังช่วยชีวิตคนห้าสิบคนอยู่ ซึ่งนักพัฒนาให้เครื่องบูทได้เร็วขึ้นจริงๆความมีวิสัยทัศน์และมีใจรักช่วยจุดประกายให้ผู้คนสร้างสินค้าที่โดดเด่นขึ้นมาได้ กาย คาวาซากิกล่าวว่าขณะทำงานกับแผนกแมคอินทอช ทุกคนมีความร่วมกันว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไร แรงบันดาลใจในวิสัยทัศน์ของผู้นำช่วยให้ทีมงานมีพลังในการทำงานหนักมากขึ้น จ๊อบได้ซื้อบริษัทกราฟฟิกกรุ๊ปจากลูคัสฟิล์ม ซึ่งต่อมาได้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นพิกซ่า ซึ่งได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นหลายเรื่องมากมาย จ๊อบและเอ็ด แคทมัลล์ ต่างชื่นชมในวิสัยซึ่งกันและกัน แคทมัลล์ต้องการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของโลก แต่จ๊อบมองเห็นใหญ่กว่า โดยเขาเห็นว่าพิกซ่าสามารถมีชื่อเสียงระดับเดียวกับดิสนีย์ได้ วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นจริง พิกซ่าคงไม่ยืนยาวขนาดนี้ถ้าไม่มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์เช่นจ๊อบและแคทมัลล์ วิสัยทัศน์เป็นตัวขับเคลื่อนพลังงานในการสร้างนวัตกรรม ในปี 2001 จ๊อบได้นำเสนอวิสัยทัศน์ถึงยุคที่สามของ pc…

บทที่ 3 คิดอย่างแตกต่างในหน้าที่การงานของคุณ(สรุปโดยพี่ปิง COMSWU#21)

บิล สตริกแลนด์ ผู้เขียนหนังสือและผู้นำชุมชนเป็นหนึงในตัวอย่างการเลือกทำในสิ่งที่รักได้เป็นอย่างดี ตอนเด็กเขาอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดยากจน เขาแทบไม่ไม่เข้าเรียนหนังสือเลย จนกระทั่งเขาได้พบกับแฟรง รอส ครูวิชาเครื่องปั้นดินเผา เขาพบว่าเครื่องปั้นดินเผาเป็นสิ่งที่สวยงาม และเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้เขาได้คิดว่ายังมีสิ่งที่เขายังไม่รูจักอีกมากมาย ช่วยให้เติมไฟในความฝันของเขา หลังจากเรียนจบเขาได้เรียนเป็นนักบิน และเข้าทำงานจนกระทั่งบริษัทล้มละลาย เขาสามารถเลือกที่จะเป็นนักบินต่อไปได้ แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เขาต้องการเปลี่ยนแปลงโลก เขาออกมาสร้างโครงการสอนศิลปะให้เด็กๆ และศูนย์ฝึกอาชีพให้กับผู้ใหญ่ เขามีความคิดคล้ายกับสตีฟ จ๊อบคือเลือกทำในสิ่งที่รัก เพราะเขาเชื่อว่าความมีใจรักเป็นเชื่อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในก้าวต่อไป แม้จะถูกท้าทายจากสิ่งต่าง หรือการถูกปฏิเสธจากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งญาติพี่น้องของคุณเองด้วย มันทำให้คุณก้าวเดินได้แม้จะมองไม่เห็นจุดหมายเลยก็ตาม ความมีใจรักไม่สามารถช่วยคุณจากความตกต่ำได้ แต่มันช่วยให้คุณอยู่ได้แม้ว่าตกต่ำซักเพียงไหน เจมส์ไดสัน นักประดิษฐ์เครื่องดูดฝุ่น เพราะเขาไม่พอใจที่เครื่องดูดฝุ่นแบเดิมนั้น ไม่สามารถดูดฝุ่นได้สะอาด เขาล้มเหลวหลายครั้ง อยากจะเลิกทำทุกๆ วัน แต่เพราความรักความสนุกในการประดิษฐ์ ความอดทนอันมหาศาลการประดิษฐ์ครั้งที่ 5127 เขาก็สามารถสร้างเครื่องดูดฝุ่นที่ปฏิวัตวงการได้สำเร็จ ไดสันมีความเชื่อว่าในการรับพนักงานใหม่ ไม่ควรรับคนที่มีประสบการณ์เหมือนกันเข้าทำงาน เขาเชื่อว่าการรับคนที่มีผลงานที่น่าสนใจในวงการอื่น กับเด็กจบใหม่น่าสนใจกว่า ความคิดของไดสันคล้ายการรับคนของแอปเปิ้ล คือต้องคนที่มีความสามารถสูง เป็นผู้ชนะ ไม่ต้องการที่จะอยู่กับบริษัทจนเกษียณ และไม่ใช่คนในวงการเดียวเพราะความเฉลียวฉลาดมาจากทุกหนทุกแห่ง คนที่เล่าประสบการณ์ด้วยผลงานไม่ใช่ตำแหน่ง คนที่มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ บางครั้งความจำเป็นก็เป็นที่มาของนวัตกรรม เรเชล เรย์ เจ้าของรายการ 30 minute meal รายการอาหารที่สามารถปรุงเสร็จใน 30 นาที เธอมีความเชื่อว่าถ้าเราสามารถรอให้พิซซ่ามาส่งใน 30 นาทีได้ เราก็ควรสามารถทำอาหารในเวลา 30 นาทีได้เช่นกัน ในตอนแรกในเธอต้องขาดทุนในการดำเนินรายการ แต่ความไว้ใจในสิ่งที่รัก เธอจึงประสบความสำเร็จได้คริส การ์ดเนอร์ เจ้าของเรื่องราวในหนัง The Pursuit Of Happyness คนที่ต้องอาศัยนอนตามสถานีรถไฟใต้ดิน กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ เพราะการเลือกทำ ในสิ่งที่ใจรัก เขาค้นพบว่าเขารักในการเป็นนายหน้าค้าหุ้น จนประสบความสำเร็จ เขาให้สัมภาษณ์ว่า เขาทำสิ่งที่รัก และหากยังหาไม่พบเขาจะหาต่อไป จนกลายจะเจอสิ่งที่อดใจทำแทบไม่ไหว คุณต้องค้นหาความสารถจริงๆ ของตัวคุณเอง เช่น จิลเลี่ยนที่เป็นเด็กที่ที่ถูกวินิจฉัย ว่าเป็นเด็กไม่ปกติ แต่หลังจากที่หมอออกจากห้องโดยทิ้งวิทยุไว้ เมื่อเขากับมา จิลเลี่ยนกำลังเต้นรำตามจังหวะดนตรี ต่อมาจิลเลี่ยนจึงได้กลายเป็นนักเต้นที่มีชื่อเสียง การค้นหาจุดแข็งของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ อีไล ฮารารี ceo ของ sandisk…

บทที่ 2 ทำตามเสียงหัวใจเรียกร้อง(สรุปโดยพี่ปิง COMSWU#21)

จ๊อบเลือกที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัยรีด เพราะไม่เห็นความจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เขารักที่จะทำ ตอนนี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนวิชาที่ไม่สนใจอีก แล้วสามารถลงเรียนวิชาที่ตนเองต้องการได้ หลังจากที่เขาลาออก จ๊อบใช้ชีวิตอย่างฮิปปี้ เก็บขวดโค้กไปขาย แต่เขาก็รักช่วงชีวิตตอนนี้มาก เพราะเขาได้ทำตามความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง ซึ่งทำให้เขาได้เลือกเรียนวิชาคัดลายมือที่มหาวิทยาลัยรีดมีโปสเตอร์ที่ติดที่มหาวิทยาลัยมีตัวอักษรสวยงาม ทั้งนี้เพราะรีดเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะคัดลายมือเป็นอันดับหนึ่ง จ๊อบไม่คิดว่าสิ่งที่เขาเรียนจะช่วยอะไรได้ จนกระทั่งสิบปีให้หลัง ขณะที่ออกแบบแมคอินทอช เขาเลือกที่จะใส่มันลงไปทำให้มันกลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีตัวอักษรลวดลาย รอน บารอนเป็นตัวอย่างของความสำเร็จ เขาเป็นคนไม่ย่อท้อต่องานหนัก เขามีคติประจำตัวว่าลงทุนในตัวคนไม่ใช่ตัวอาคาร เขามีความเชื่อในการทำสิ่งที่รักเหมือนจ๊อบ มีพรสวรรค์ในการมองหาผู้บริหารและทีมงานที่มีใจรักจะทำให้วิสัยทัศน์เป็นจริงได้ สตีฟ โวซเนียก หุ้นส่วนที่ร่วมก่อตั้งแอปเปิ้ลมากับสตีฟจ๊อบ มีนิสัยคล้ายคลึงกัน จนทำให้กลายเป็นเพื่อนรัก เพื่อร่วมงาน เขาเคยกล่าวว่าเขารักในการพิมพ์ดีด เขาอาสาที่จะพิมพ์รายงานจนตีสี่ตีห้าโดยไม่คิดเงิน เพราะถ้าคุณรักในสิ่งที่ทำ คุณจะไม่ห่วงเรื่องเงินๆ ทองๆ เลย จ๊อบมีความเชื่อว่าเราไม่ควรลงหลักปักฐานกับงานงานเดียว ควรค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำจริงๆ ก่อน เพราะการที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความอุตสาหะเป็นอย่างมาก หากสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่รักจริงๆ เราจะไม่มีพลังในการต่อสู้และสุดท้ายก็จะต้องล้มเลิกไป สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการพยายามรักในสิ่งที่ทำ ตอนที่จ๊อบถูกจอห์น สคัลลีย์ไล่ออกจากบริษัทที่เขาก่อตั้ง สิ่งเดียวที่ทำให้เขากลับมาทำงานอีกครั้งคือเขารักในสิ่งที่ทำ ถึงแม้เขาจะถูกปฏิเสธ แต่เขาก็กับมาเริ่มต้นใหม่กับ pixar เรื่องเงินไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจเลย สรุปใจความ การค้นหาสิ่งที่รักพบ และเลือกที่จะทำมัน เป็นเคล็ดลับหนึ่งในความสำเร็จของจ๊อบ เพราะมันทำให้มีความสุขในการทำงาน เพราะการที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความพยายามเป็นอย่างมาก ความมีใจรักจะผลักดันเราให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ได้ สรุปโดยพี่ปิง COMSWU#21

บทที่ 1 สตีฟ จ๊อบจะทำอย่างไร(สรุปโดยพี่ปิง COMSWU#21)

Bigzero พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบล กล่าวว่า ทศวรรษที่ผ่านมาไม่มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นเลย แต่จริงมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นคือ การที่สตีฟ จ๊อบกลายเป็นบิ๊กฮีโร่ในการกอบกู้แอปเปิ้ลให้กลับคืนมาได้ สรุปใจความ สตีฟ จ๊อบเป็นบุคคลสำคัญใรวงการนวัตกรรม เข้ามีแนวคิดใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น ipod macbook เป็นต้น ชีวิตประจำวันของคุณจะเกี่ยวข้องกับจ๊อบโดยที่คุณไม่รู้ตัว เราจึงควรศึกษาหลักการของเขา เพื่อนำไปปรับใช้กับตัวเราเอง โดยหนังสือเล่มนี้จะนำหลักการของสตีฟ จ็อบมาอธิบาย มีทั้งหมด 7 หลักการ

Multidimensional Password Scheme

Multidimensional Password Scheme Development Flow

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่เข้ามาอ่าน Blog ผมะครับ ผมเป็นนิสิตสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒครับ ได้จัดทำโครงงานจบการศึกษาที่มีชื่อว่า การยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านหลายมิติ(Multidimensional Password Scheme) โดยจะเป็นการยืนยันตัวตน มองง่ายๆว่าเป็นการล๊อกอินในสภาพแวดล้อมสามมิติ โดยระบบพัฒนาด้วยภาษา PHP, HTML5, jQuery และ WebGL โดยระบบจะมีขอบเขตสี่ส่วน ได้แก่ โดยมีขั้นตอนการทำงานมี ดังนี้ครับ วิดีโอด้านล่าง คือ วิดีโอการนำเสนอวิดีโอ และตัวอย่างการใช้งานคร่าวๆครับ

WEKA Scoring

วันนี้ผมได้ทำวิดีโอสรุปการใช้งาน WEKA Scoring กับ Pentaho Data Intregration ครับ โดยมีแหล่งข้อมูล และตัวอย่างการทำ ดังนี้ แหล่ง Download Plug-in: Pentaho Data Integration Plug-in แหล่งข้อมูล: WEKA Scoring , ARFF outtput ไฟล์บทความวิจัยที่ใช้:[wpdm_file id=5] หมายเหตุ: ใช้ WEKA ให้ถูกเวอร์ชั่นด้วย เพราะไฟล์ Model มันจะขึ้นกับ Version ของ WEKA ถ้าผิด version ไฟล์ Model จะเปิดขึ้นมาไม่ได้ หมายเหตุ ปัญหา: มี step ของ WEKA Scoring ลากมาวางได้ แต่กด Edit แล้วไม่มีหน้าจอขึ้นมา วิธีแก้: ปิดโปรแกรม ตรวจดู ถ้าใครใช้ plug-in WekaScoring_PDI4.x_Weka3.6or3.7.0 ให้เอาไฟล์ WEKA.jar มาวางไว้ในโพลเดอร์ WekaScoringDeploy ด้วย ดังรูป

[IR] สรุปจาก Quiz ที่1

ข้อที่หนึ่ง ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นระบบ IR A: ค้นหาคำว่า “computer” จาก E-mail B: ค้นหาคำว่า “computer” จาก Google C: ค้นหาคำว่า “computer” จาก windows explorer ตอบ ข้อ C เพราะงานในด้าน IR นั้นจะยุ่งกับข้อมูลในส่วนของ unstructure data(ข้อมูลทีไม่ได้จัดเก็บเป็นระบบ เช่น ไฟล์ word, e-mail) เอามาทำเป็น index และทำส่วนรองรับการค้นหาจากผู้ใช้ แต่ในกรณีของข้อ C: ค้นหาคำว่า “computer” จาก windows explorer ไม่นับว่าเป็นระบบ IR เพราะใน windows explorer มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ(Structure data)เป็น folder และ sub-folder เป็นต้น ข้อที่สอง การจัดเก็บ Term ลงในส่วนของ Inverted Index เรียกว่าอะไร A: posting B: dictionary C: token ตอบ ข้อ B เพราะ dictionary เป็นที่จัดเก็บของ Term แต่ละแบบ โดยในแต่ละ Term จะที posting list ในการบ่งบอกว่า Term นี้ ค้นพบที่ document อะไร ข้อที่สาม การทำ Stem จะไม่ลดค่า precision จริง หรือไม่ ตอบ เท็จ เพราะคำที่ผ่านการ Stem จะถูกทำให้เป็นรากศัพท์ ซึ่งจะนำ Term หลายๆเทอมมารวมกันเก็บลงใน posting…

[IR] คำถามเกียวกับการทำ Cluster Pruning

คำถาม: การทำ Cluster Pruning ใน Lecture 6 หน้า 33-37 โดยการกำหนดค่า b1 และ b2 นั้น เมื่อ b1 และ b2 มากขึ้นจะทำให้เกิดอะไรขึ้นต่อการคำนวณ คำตอบ: มาดูคำแต่ละคำกันก่อนว่า คือ อะไร Cluster คือ การแบ่งกลุ่ม โดยที่เรายังไม่รู้ว่าจะได้กี่กลุ่ม Pruning คือ การจัดทอน ลดจำนวน (ลดโดยการจัดเป็นกลุ่ม ทอนข้อมูลจำนวนมหาศาล ให้ลดลง) Cluster Pruning คือ การเตรียมข้อมูล ซึ่งก็คือ document ต่างๆ ในระบบ(ทำตั้งแต่ช่วงสร้าง Dictionary เลย) เพื่อที่จะแบ่งกลุ่ม document ที่คล้ายๆกัน ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน เพื่ิอที่จะช่วงลดเวลา ในการค้นหา โดยจะกำหนดให้มี Leader: เป็น document ถูกกำหนดว่า Query จะต้องมาหา Score ที่นี่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกกลุ่มของ Leader นั้นๆ Follower: เป็น document ที่ถูกจัดกลุ่มให้ติดตาม Leader เพราะมีความคล้ายกัน หมายเหตุ ความสัมพันธ์ของ Leader กับ Follower จะมีความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 (b1=1) การทำงาน เมื่อมี Query Query จะไปหา Leader ที่มีความใกล้เคียงมากที่สุด จำนวน 1 ตัว (b2=1) เมื่อได้ Leader ที่ใกล้เคียงแล้ว ระบบก็จะหา document จาก Follower ทีติดตาม Leader นั้นๆ มาจำนวน K…

[IR] ข้อสงสัยของ Frequency แบบต่างๆ

จากที่เรียนมาจะมี 3 คำ ได้แก่ term frequency คือ จำนวนเทอมนั้นๆ ในเอกสาร document frequency คือ จำนวนเอกสารที่มี term ที่สนใจปรากฏอยู่ (ไม่ว่าในเอกสารนั้นจะมีคำจำนวนมากมาย ก็จะนับเป็นหนึ่งเท่านั้น) collection frequency คือ จำนวนครั้งที่ term นั้นปรากฏทั้งหมดรวมในทุกๆเอกสาร หรือในระบบ(Collection) ตัวอย่าง สมมุติมี document แค่ 2 อันในระบบ(collection) doc1: I like a dog doc2: You like a cat and a bird term frequency (doc1) I = 1 a = 1 like = 1 dog = 1 term frequency (doc2) you = 1 a = 2 like = 1 cat = 1 and = 1 document frequency I = 1 a = 2 like = 2 dog = 1 cat = 1 you = 1 collection frequency I =…

[Internship@True]วันที่ 28-29

ในสองวันนี้ ก่อนจบการฝึกงานที่ยาวนานกว่าสองเดือน(ไม่ได้ทำกับทีม แต่ไปทำกับ Outsource) ผมได้รวมงานของผมที่ทำกับงานของพี่ โดยไฟล์ในส่วนที่พี่ทำใหม่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงเท่าที่สังเกตมา 2 อย่าง ได้แก่่ การสร้างส่วนของ Class ต่างๆ จากเดิมที่ใช้ aBator มาเป็นการใช้ MyBatis(iBatis แต่เปลี่ยนชื่อใหม่) และใช้ Tools MyBatis generator ในการสร้างClass, DAO และ sqlMap และมีการใช้งานที่ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะใน่สวนของ where clause ที่เราสามารถที่จะเรียก method มาเพื่อให้ตัว Framework มัน Mapping ให้ การวางพื้นฐานการออกตัว Report มาให้แล้ว อันนี้ยังไม่ได้ศึกษาจากที่พี่ทำมาเลยฮ่าๆ