สำหรับวันนี้ไป 2 งานเลย งานแรก BrowserStack QA Meetup Group- Bangkok-AUG2026 MCP / Web Perf บ่ายมางานนี้ครับ ที่ UnixDev วิวชั้น 35 สวยจริง เห็นจัดงานของ Owasp หลายรอบ แต่ไม่มีโอกาสได้มาสักที วันนี้ได้มาเจิมครับ



หัวข้อที่จดๆมาตามนี้คร้าบ
Recap คำถามตอนลงทะเบียน
- มี 23 คนที่ตอบว่าองค์กรสนับสนุนเรื่อง AI Plan Token Maxing 200 USD จำนวน 23 คน และมี 1 ในนั้นที่จ่าบแบบ API ด้วย มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ร่วมงาน ระบุว่าองค์กรช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้าน AI
- คนมาร่วมงานทุกคนเคยใช้ API จน Hit limit และมีบางส่วนจ่ายเงิน เพื่อซื้อ Credit ต่อด้วย
- ผู้ร่วมงานมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากบริษัท Tech และมีส่วนใหญ่กำลังหางานใหม่ 27 คน และมี 17 คน แจ้ง่ว่า Hirng อยู่
Intro Lead Engineer
ที่มาของานนี้ทาง Host ของงานถูกดันขึ้นมาเป็น Lead เหมือนกัน เลยสร้าง Community ขึ้นมา มี Idea มาจาก leaddev.com (ถ้าฟังไม่ผิดนะ) เน้น Soft Skills มากกว่า Technology เช่น การบริหารคน การให้ feedback และการ Coaching เป็นต้น
เลยมี Idea มาลองจัดที่ไทย เพราะในไทย Tech Events เยอะมาก แต่ไม่มีหัวข่้อแนวๆนี้เท่าไหร่ และสร้างพื้นที่ให้ Lead มาร่วมกันแชร์กันคุยกัน ยิ่งสูงยิ่งโดดเดี่ยว หา Mentor เป็นต้น
สำหรับในวันนี้มี 2 แบบมาฟรี หรือ แบบ Sponsors รอบนี้ได้ Clicker สวยๆด้วย นี้อวดๆ

Share ประสบการณ์
- ถ้าเราต้องให้คนออก ต้องคุยยังไง ?
- ตัดความสัมพันธ์ส่วนตัวออกไปก่อน และ Lead ต้องมี Softskill ดูว่าคนในทีมมีแรงจูงใจ (Motivate) อย่างไร / ตอบสนองต่ออบ่างไร / รักษาระยะห่างที่เหมาะสม
- ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา - Lead เห็น Sign ว่ามาจากส่วนตัว หรืองาน เพื่อแก้ไขให้ไม่ให้ impact มันกว้าง และเรียกคุยต่อได้
- การคุยต้องย้อนไปดูว่าแต่ละ Role คาดหวังอะไร Job Description + Performance Criteria และต้องเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่บ่อยครั้งพบว่าของพวกนี้มันดันเบลอคุยยาก เลยการเดาใจกันแทน
- ถ้ามุมบวกมา Defined นับกันใหม่
- อีกแบบก็ตรงกันข้าม - ดูว่าองค์กรมี Process ที่ชัดเจนแค่ไหน หากผลงานไม่ดีตามเกณฑ์ ควรเข้าสู่กระบวนการ PIP (Performance Improvement Plan) ถ้าไม่ผ่านเข้าส่วนของ HR
- เวลาทีมมีปัญหา แล้ว Lead สนิท กับอีกฝายนึงมากกว่าจะจัดการอย่างไร
- วางตัวเป็นกลางและตัดเรื่องส่วนตัว - อย่าเงียบ หรือออกตัว เพื่อช่วยอีกฝ่ายที่สนิท เพราะนานๆ เข้ามันจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำขององค์กร เพราะมองว่า Raise ไปก็เท่านั้น Culture เสีย
- หาก่อนปัญหาเกิดจากการที่ทำงาน แล้วกระทบกระทั่ง หรือส่วนตัว แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับงาน เรื่อง Coding ที่ชนกัน หรือ ไม่ยอม Review ให้เป็นต้น
- ดูสิ่งที่เกิดขึ้นจากหลักฐาน และมาทำข้อปรับปรุงวิธี Process เพื่อป้องกันปัญหา และอย่าลืมการปรับเรื่องการสื่อสารที่ต้องชัดเจน
- ช่วยไกล่เกลี่ย อันนี้อาจต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาช่วยให้ + หาที่ที่ผ่อนคลาย จะได้สื่อสารได้ตรงประเด็นได้
- จัดการกับความรู้สึกอย่างไร ในองค์กรกำลังลดขนาด ในช่วง IT ขาลง
- ช่วงนี้หลายองค์กรอยู่ในช่วงหยุดรับคนเพิ่ม (Pausing Hiring) เพราะ ช่วงเวลาของการทดลอง Proof การทำงานของ AI
- มองอีกมุมเรื่องปริมาณงาน แม้ว่ามีคนลดลง หลายองค์กรเลือกจะเอาเครื่องมือ + AI มาใช้เพิ่ม Productivity ทีมให้เท่าเดิม เป็นอีกตัวเลือกนอกจากการเติมคนเข้ามา
- สำหรับในไทยการลดคนตอนนี้ส่วนใหญ่มาจากเรื่องเงินทุน เศรษฐกิจ มากกกว่า
- มองโลกตามความเป็นจริง และปรับตัว Trend ใหม่
- How to start Building Feedback Culture in Thailand ?
- Style ไทยมีความเกรงใจ เลยจะพูดอ้อมโลก ซึ่งจะต่างกับฟากตะวันตก ที่คุยกันตรงๆ เลยทำให้ให้ Feedback ยาก
- แต่ต้องจำไว้ก่อนถ้าเกรงใจ Compomise มันทำให้สิ่งที่เราต้องการจะสื่อไม่ชัดเจนได้
- Lead ควรสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวก่อนระดับนึง เพื่อให้อีกฝ่ายเปิดใจรับ จากนั้น
- กำหนด Objective ของการให้ Feedback
- หาสถานที่ผ่อนคลายบรรยากาศ เช่น ร้านกาแฟ / ร้านกินดื่ม และใช้โอกาศนั้น ในการให้ Feedback แบบเนียนๆ เข้าไปในช่วงนั้น
เพื่อที่จะลดแรงต้านกับผู้ที่ถูก Feedback ได้
Panel discussion: The AI Revolution
Panelists: Siroratt Suntronsuk / Warachet Samtalee / Anak Mirasing
Moderator: Sudarat Chattanon / Chakrit Wichian

- ตอนนี้เล่าประสบการณ์ว่า AI มันเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของเราอย่างไรบ้าง
📌 เพิ่มประสิทธิภาพในการประชุม และการสรุป
- นอกจาก AI สรุปได้แล้ว สิ่งนึงที่มันทำได้วิเคราะห์อารมณ์และความรู้สึก (Verbal / Non Verbal) ได้ด้วย
- เลือกการประชุมที่จำเป็น แทนที่เข้าฟังทุกรอบ เราสามารถไปดูสรุป Recap ได้
- หรือ อาจจะให้ Role อืนๆ น้องในทีมคุยถกไปก่อน และเอา AI มาช่วย Blend ประเด็น และกรองปัญหาเบี้องต้น แล้วเราค่อยเข้าไปดูสรุปประชุมก่อนหน้า แล้วตบๆประเด็นตอนท้ายอีกที
- ระวังการเก็บไฟล์ meeting vdo มันใหญ่ใช้พื้นที่เยอะมาก บีบให้เล็กลง ได้ Format Iphone (ผมคิดว่า .mov) หรือ ทำเป็นไฟล์ md ให้เรียบร้อยเลย Second Brain
📌 เอามาช่วย Build KM ในองค์กร Second Brain
- สร้าง KM โดยใช้งานร่วมกับ Obsidian เพื่อช่วยจัดการ จดความรู้ในด้านต่าง เช่น Cloud Service ที่ใช้งาน / การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อที KM เหล่านี้จะมาช่วยแก้ปัญหาส่วนตัว ขยับให้ทีมได้
- แต่พอมันเก็บเยอะๆ ต้องระวังเรื่องเพี้ยนต้อง Human in Loop และต้อง Refractor มันบ้าง
📌 Development Workflow แต่ต้องมี Human in Loop
- Draft User Story มาก่อนได้ และนำไป Validate กับ Human ในที่ประชุมอีกที
- Write Code/Test + เปิด PR เป็น
- มีงานอะไรบ้างที่เราจะไม่ให้ AI ช่วย
📌 Decision Making แม้ AI เก่ง Code ทำงานไว แต่ไม่มีความเข้าใจบริบท (Context) ของ Product / Business ที่ทำ สุดท้ายต้องมี Human ตัดสินใจว่ามันสอดคล้องกันไหม / Flow ประหลาดไหม
📌 Favor / Taste / Feeling ของงาน AI ยังไม่เข้าใจ Emotion ของ ลูกค้าหลักยังเป็นคน - อย่าลืมด้วยว่าสุดท้ายคนใช้งาน
📌 Accountability & Responsibility
- Code ใน 1 Sprint อาจจะกำหนด 1 วัน เป็นวัน Review Code จะได้เห็นสิ่งที่แตกต่างทั้งจาก Humam และ AI
- สุดท้าย Review Product ส่วน Edge Case ในที่ AI มันไม่เห็น เช่น ใน Test Screen 1 > 2 มันไปยังไง หรือ AI มันยัดมาให้เฉยๆ ต้องมาตรวจก่อนว่า ทำจริงไหม
- เมื่อเกิดปัญหาขึ้น AI หรือ Agent ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
📌 ด้าน Security
- จำไว้เสมอ AI มันเป็นพวก Non-Deterministic เช่น เราสั่งให้มันไม่อ่าน Secret/Personal Data มันแอบอ่านอยู่ดี หรือ บอกให้ตรวจ มันข้ามได้
- บางทีการใช้ Static Tools + Human มาช่วยจับ ยังเป็นอะไรที่ควรทำนะ
📌 Team Energy & Culture - มีการพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน
- Lead ที่ต้องนำร่อง Adopt AI เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ?
📌 องค์กรควร Provider Budget ให้ Engineer ทำงานใช้ Agent ที่คล่องมือ มีจุดร่วมคนทำงาน กับคนจัดการเงิน
📌 หาสิ่งที่เป็น Common ถ้าใช้ Personal มันไม่ติดอะไร แต่มี Team / Org การใช้อะไรต่างกัน อาจจะส่งผล Productivity ได้
- Tools ที่เหมาะกับน้องแต่ละ ใช้งาน XCode / Android Studio / VS Code ต้องหาจุดร่วมตรงกลาง เอา Tools พวก Cursor / Claude ที่แต่ละคนไม่ต้องปรับตัวเยอะ และมีโอกาสในการ improve จะได้ Share Tip Technic ได้
- อย่าบังคับทั้งหมด ต้องเปิดช่องเกิดความเอีะ + Creative ด้วย เพื่อที่หัด Tech Lead Skill จากการลองใช้ AI แล้วอาจจะได้ Tip / Technic / Skill / Rule มาแก้ Pain และทำเป็นส่วนกลางภายหลังได้ ยกระดับ Skill ไปพร้อมๆกัน
📌 มอง AI เป็นเด็กใหม่ที่ยังไม่รู้ Domain Knowledge ที่เข้ามาช่วยทั้งคนและ AI อันนี้แล้วแต่องค์กรว่า Trend
- ปั๊นให้ 1คน productivity เพิ่ม จาก AI
- หรือมอง AI as a new Player
📌 Communication นอกจากคน ต้องเขียน/อธิบายให้ AI ชัดๆไม่วกไปวนมา คนอาจจะเดาใจได้ แต่ AI ต้องละเอียด
📌 Version Control - ต้องมาหัด Small Commit จะได้บอกการเปลี่ยนแปลงที่ละเล็ก
📌 Process เอา AI เข้าไปกับ Dev พยายามให้มัน Stream ไปคู่กับ Flow SDLC เช่น
- Conventions - ที่เคยทำอยู่ พวกการตั้งตัวแปร / Style Guide / Rule ต้องมาสรุปให้ AI รู้
- Requirement & Analysis - Draft User Story
- Coding / Test - จากเดิมที่เราลงมือทำทั้งหมด ตอนนี้้ถอยออกมา มองภาพรวมมากขึ้น เป็นคน Review เป็นต้น สุดท้ายมาทำเป็น Baseline
📌 Mindset - ปรับตัวจากคน Code มาเป็นคนตรวจสอบ (Verify/Validate) / มองภาพรวมมากขึ้น แต่ Accountability และการจัดการ Context (Business / Task ให้ทั้งคน + AI Agent) ยังอยู่กับเรา
- จัดการ Review Bottleneck ยังไง เพราะ AI ทำงานเร็ว คนทำไม่ทัน
อย่างแรกต้องมาดูก่อน Bottleneck จริงไป คน Scale ตาม AI ไม่ทัน หรือยังไง ?
📌 จัดการ Size ของงานเหมาะสมไหม
- การ Planning Task ต่างๆ ในรอบนั้นๆ
- ถ้าแก้ Code เปิด PR ถ้ามันใหญ่เกินไป ให้ปิดไปก่อน แล้วให้ AI มันแยก Size ที่เล็กลง
📌 AI is amplifier - Build KM ถ้ามีสิ่งที่ดีมันช่วยขยาย ถ้าของเดิมก็ไม่ดีมันจะยิ่งเละ
- ก่อนจะให้ AI Review เราต้อง Build KM ให้เกิดขึ้น จาก Convension เดิม แปลงให้อยูในรูป Skill / Rule
- Tool Build KM/Rule ใช้ https://juxt.github.io/allium/
📌 PR Classification
- แยกระดับความเสี่ยง (Low/Medium/High) ตาม impact ที่มันกระทบ เช่น Low (UI) / High (Core System / API กลาง) เพื่อที่จะทุ่มเวลาให้กับ Review ได้
- กำหนด Guideline ให้ชัดเจน จาก KM ที่ Build ไว้ - เพื่อที่ให้ AI มาช่วยได้ ทั้งในการแยก PR Classification / Review
- สุดท้าย Human in Loop
- พอมี AI เวลาHiring เลือก Senior ขึ้นไป แล้ว Junior ต้องทำอย่างไร จำเป็นไหม ?
📌 Junior ยังจำเป็น เพราะ
- เพิ่มมุมมองใหม่ (Fresh Eyes) - ช่วยสร้าง Balance ให้กับทีม ให้วิธีการทำงาน หรือการใช้เครื่องมือใหม่
- สร้างบุคลากรรุ่นถัดไป - ลดการเกิดช่องว่าง Gap ของบุคลากรในอนาคต
- Process User - ทดสอบกระบวนการหรือเครื่องมือที่ Senior ออกแบบมานั้นใช้งานง่ายและดีพอหรือไม่
- Ownership & Loyalty - เพราะ คนมีความเป็นเจ้าของงาน และ ความจงรักภักดีต่อองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ให้ไม่ได้ หลายบริษัทจึงเริ่มกลับมาเปิดรับคนเพิ่ม แทนพึ่งพา AI อย่างเดียว เพราะ Token มัน Reuse ไม่ได้ และ AI Provider ถ้าขึ้น Token Price
- Human Limitation - แม้ว่าสร้าง Agent มาทำ 10 กว่าตัว Senior เดิมทุกดู จะเจอปัญหา Context Switching เหมือนกัน มันมีคอขวด และเวลา Deal กับ คน/AI ต้องทำ Profile ให้ด้วย
📌 สิ่งที่ Junior ต้องปรับตัวในยุค AI
- องค์กรมีการปรับความคาดหวังที่สูง มีการปรับ Job Description + Skill เพิ่มตาม เช่น มีการใช้เครื่องมือ หรือ AI Tools ต่างมาก่อนแล้ว
- ปรับทักษะการสื่อสาร นอกจากคน ยังมี AI Agents
- เน้นทักษะที่ AI ทำไม่ได้ เช่น การเข้าใจ Business Context / End User ซึ่งเอามาช่วยการตัดสินใจ / Validator
- Learning Opportunity ที่ขาดหายไป เพราะ AI บางทีมันคิดไว ยัดของที่ดีเอามาให้ เช่น Design Pattern ทำให้การเรียนรู้ในส่วนนี้หายไป หรือ การเรียนรู้จากความผิดพลาด
- ในการเป็น Lead จัดกับอารมณ์ตัวเองยังไง จัดการกับ Morale ในช่วงทีมขาลงยังไง
📌 จัดการอารมณ์ของตนเอง (Self-Management)
- อย่าแบกปัญหาไว้คนเดียว - ลองเล่าหรือแชร์ให้ทีมฟัง และช่วยกันรับมือได้
- ออกไปทำอย่างอื่น - เช่น การอ่านหนังสือ พวกปรัชญา Stoicism / การออกมาเดินเล่น / ควรหยุดพัก สมองโล่งๆ
- Let It Go - บางปัญหาบนโลกนี้ก็แก้ไขไม่ได้แต่ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้
Lead ต้องจัดการอารมณ์ตนเองให้ได้ เพราะส่งผลกระทบต่อทีมโดยตรง หาก Lead เดินเข้าห้องมาด้วยความหงุดหงิด น้อง ๆ ในทีมก็จะรับความรู้สึกนั้นไปและเสียขวัญกำลังใจได้
📌 จัดการขวัญและกำลังใจของทีม (Team Morale)
- Focus กับสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบันและก้าวต่อไปทีละก้าว - แทนที่จะกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดหรือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
- รักษา Quality และ Ownership ของงาน
- เปลี่ยนความกังวลเป็นความตื่นตัว แต่อย่ากดดันจนเกินไป
- ปิดท้ายวันจันทร์ แล้วอยากฝากอะไร
- Context Switch มากับความโลภ แต่ถ้ารับมามากเกินไปอาจจะส่งผลกับประสิทธิภาพในการทำงาน
- ลองกลับมาเขียน Code แบบ Offline กลับมาแบบสมัยที่ยังไม่มี AI เพื่อฝึกสมอง
- I Love My Job
ถ้าอยากอ่านของรอบก่อนดูได้จาก Blog
Reference
Discover more from naiwaen@DebuggingSoft
Subscribe to get the latest posts sent to your email.





