สรุปงาน FOSSASIA 2026 Community Day

Blog นี้ตอนแรกจะวางแผนไป Onsite แต่คุณแม่มีอาการบ้านหมุนนิดนึง เลยเปลี่ยนเป็น Virtual แทนครับ ฟังจาก YouTube Live ไม่แน่ใจว่าครบทุก Session ของวันไหมนะ แต่จะพยายามจดให้ได้มากที่สุดครับ

Beyond the Blinky LEDs: Teaching How to Think Like an Engineer+

Speaker Shirley L.

สำหรับ Session นี้ Key อยากให้เราเอ๊ะจากการทำตาม How to / Cookbook ทั้งหลาย เพื่อให้เราได้อะไรมากผลลัพธ์ มากกว่านั้น เพราะของพวกนี้มันบอกแค่ Step แต่ไม่ได้บอก Why ซึ่งการทำให้เกิดการเรียนรู้มีอุปสรรคบ้าง หรือ วางยาเล็กน้อยๆนี่แหละ

Follow Instruction != Learning

📌ถ้ามุมคนที่อยาก Share หรือ ทำ Turtorial พวกนี้

  • บอกก่อนเลยว่าจะเจอ Side Quest อุปสรรคอะไรบ้าง หลาย How to / Cookbook มันจะไปแนว Easy หมดเลย พวก Clickbait
  • บอก Why ทำไมทำแบบนี้ จริงๆ ถ้าเจออันไหนที่ไม่บอก เราก็ตั้งคำถามได้นะ
  • บอก Failure Paths - เล่นประสบการณ์ว่าเจ็บยังไง แล้วมี idea ในการแก้ยังไง หาจาก Keyword > Git Issue เป็นต้น
  • เพิ่ม Side Quests - นอกจากการ Copy แปะ อยากคนมาตามทำ ลองด้วยท่าแบบอื่นๆ อาจจจะแบบเริ่มต้นด้่วยการเปลี่ยนค่าเล็กๆน้อย หรือ ลองปรับ implement ไปอีกแบบ
  • สุดท้าย เมื่อแก้ปัญหาได้ อย่างลืมแบ่งปันกลับไปต้นทาง หรือ ทำ Pull Request ตัวอย่างของ Speaker มีลองไปเล่น Temperature Dashboard จะพบว่า outdated documentation / lib ที่ใช้มัน dated แล้ว ก็มาแก้ทำให้มันได้

How to Foster Students as Open Source Software Developers

Speaker Jun Iio

📌งานสายวิจัย แล้วที่นี่อยาก Contribute กลับมา Open Source ด้วย Speaker สายนักวิจัยเลยมา Share แนวทางดู

  • Visualization - เด็กต้องสร้าง App ขึ้นมาด้วย มา Visualization ของงานตัวเอง และให้พยายามลองใช้ platform ต่าง ตามสิทธิของนักศึกษา พวก Cloud อะไรงี้
  • Shift to Collaborative Model - จากเดิมเด็กมาให้อาจารย์ตรวจ แล้วจบ หลังจากนี้จะเอาผลงานขึ้น Git เป็น Open Source ให้เกิดการ Review + แนะนำ จากคนใน Lab + ชุมชนนักพัฒนา

📌การทำแบบนี้จะช่วย Building Literacy / Citizenship ทั้งในมุม Software Engineer อย่างเรื่อง Git / WebApp / Document และ Licenses ของ Open Source เป็นต้น นอกจากนี้จะส่วนความรับผิดชอบเราต้องเอาของที่มัน Work Publish ขึ้น Git ส่วนต่อให้รุ่นหลังที่มาทำต่อว่าของที่ได้ Work นะ

Getting Started with Google Summer of Code: What It Is, Why It Matters, and How to Join

Speaker Stephanie Taylor

📌Google Summer of Code เป็นโปรแกรม Open Source ที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ดึงดูดผู้มีส่วนร่วมหน้าใหม่ (New Contributors) เข้าสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ภายใต้การดูแลของที่ปรึกษา (Mentors) จาก Open Source Community ต่างๆ ทั่วโลก

📌โปรแกรมทำมาเป็นปีที่ 22 และถือเป็นโปรแกรมที่เก่าแก่ที่สุดโปรแกรมหนึ่งของ Google เลย

📌ลักษณะงานจะเป็นการเข้าไปจัดการ Codebase จริงๆที่ใช้ โดยมี 3 Size ให้เลือก ขนาดเล็ก (8 สัปดาห์), ขนาดกลาง (12 สัปดาห์) และ ขนาดใหญ่ (12 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น) ปรับเวลาตามคนเข้าร่วมจะได้มีเวลาพักด้วย

📌Why It Matters

  • พัฒนาทักษะ - เช่น Testing / Version Control / Coding Style / Licenses เป็นต้น
  • Mentorship - จากผู้เชี่ยวชาญ หรือ อาจจะเป็น Contribute ของ Repo นั้นเลย หรือ ถ้าใครมาสั่งเป็น Mentor ได้มาพัฒนา Skill การ Guide ฃ
  • ได้เงินด้วยน้า
  • สร้างความมั่นใจและเครือข่าย

เหมือนได้ยินว่ามีคนไทย 7 คน ไม่แน่ใจว่า Mentor หรือ คนเข้าร่วมโครงการ

📌How to Join

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป หรือ Beginner Open Source น้อยกว่า 2 ปี
  • เลือกโปรเจกต์ที่ตรงกับทักษะที่เราถนัด ภาษา พวก Python / C++ / C# และ Field ที่สนใจ Data AI
  • ดูเวลาที่เราว่างพอดีด้วย ตาม Timeline
  • ติดต่อองค์กร เข้าไปทาง Discord / Slack แนะนำตัว + Propasal

Resource : https://summerofcode.withgoogle.com/

Create your future with certification

Speaker Kenji Ito

📌จากรายงานการสำรวจ แรงจูงใจหลักที่ทำให้ตัดสินใจสอบใบรับรอง IT มี 3 ด้าน คือ การเลื่อนตำแหน่ง (Promotion), การพัฒนาทักษะ (Skills) และการปรับปรุงประวัติการทำงาน (Resume/CV)

📌การที่เราลงทุนไป ต้องมีผลตอบแทน โดย ROI ของการสอบ Cert

  • มุมพนักงาน
    - เพิ่มฐานเงินเดือนได้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 6-10% แต่ในบางภูมิภาคอาจสูงถึง 11-20%ฃ
    - โอกาศใหม่ เช่น ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง / ช่วยให้หางานใหม่ได้ง่ายขึ้น
  • มุมมองของผู้ว่าจ้าง - ได้พนักงานที่มีทักษะ

📌Linux Professional Institute (LPI)

เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ที่ประเทศแคนาดา เป็น Community-driven certification ซึ่งเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อสอบ เหมือนกับรูปแบบของ Open Source - Active Cert ประมาณ 200,000 ราย / รองรับการสอบ 10 ภาษา โดยมีสื่อการเรียนรู้ฟรีบนเว็บไซต์ ทั้งในรูปแบบ PDF และออนไลน์ การสอบมี 3 ระดับ

  • IT Essentials: สำหรับพื้นฐานด้าน Open Source
  • Linux Professional: เช่น LPIC-1 และ LPIC-2 ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด
  • Open Technology: การสอบเฉพาะทางสำหรับวิศวกร เช่น Kubernetes, BSD และระบบอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังมี OpenEDG ดูด้านอื่น นอกจาก Linix การสอบวัด Python และ JavaScript เป็นต้น
ปล. ในงานเหมือนมีแจก Code เผื่อใครตามไป 9-10 และไปถามที่บูธ

Recommend Open Source apps to a new user

Speaker Preetam Rai

📌อันนี้ Interactive Session ทุกคนมาออก Idea แล้วมา Share Open Source กันครับ ผมเลยลองจด และแยกหมวดไว้ ถ้าจดไม่ผิดนะ

📌Operating Systems - Linux หลาย Distro / GrapheneOS สำหรับโทรศัพท์มือถือ ที่เน้นความเป็นส่วนตัว

📌Browsers

  • Firefox และ Brave
  • Zen Browser: ต่อจาก Firefox โดยมีจุดเด่นเรื่องแถบแท็บแนวตั้ง (Vertical Tabs)
  • Tor Browser: เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและการปกปิดตัวตน
  • Librewolf: พัฒนาจาก Firefox เพื่อความเป็นส่วนตัว

📌Office Suite - สำหรับงานเอกสารทั่วไป LibreOffice / OpenOffice

📌Note-taking

  • Joplin: สามารถซิงค์ข้อมูลได้
  • Logseq: สำหรับการจดบันทึกแบบ Visual และสามารถจัดการผ่าน Git ได้
  • Obsidian: รองรับหลายแพลตฟอร์ม + มี plug in เพิ่มความสามารถ
  • QOwnNotes: Host เองได้ ต่อกับพวก OwnCloud / NextCloud ไกด้

แถมของผมด้วย Si-yuan - notion like จากฝั่งจีน ข้อจำกัด ถ้าจะ Sync ต้องซื้อ Service Cloud จีน

📌Text Editor / IDE: Kate (เป็นทั้ง Text Editor และ IDE พื้นฐาน) / Vim (Dev หลายท่าน่าจะรู้จัก)

📌Graphics & Photo Management

  • GIMP: แต่งรูปภาพ
  • Krita: Digital Drawingใช้แทน Photoshop ได้ในหลายกรณี
  • Inkscape: Vector Graphics และการออกแบบแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB Design)
  • Immich: ซอฟต์แวร์สำหรับสำรองและจัดการรูปภาพ ใช้แทน Google Photos ได้ดี
  • ComfyUI: สร้างกราฟิกแบบ Node-based ที่รองรับการทำงานร่วมกับ AI (LLM)

📌Communication

  • Matrix: Open Protocal ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Element / Telegram, WhatsApp หรือ Line ได้
  • Signal: แอปพลิเคชันส่งข้อความที่เน้นความปลอดภัย

📌VPN: Mullvad VPN (Anti-censorship) / WireGuard ซึ่งเป็นโปรโตคอล VPN มาตรฐาน
📌Multi-Media: VLC Player (เล่นไฟล์ได้เกือบทุกประเภท) / audacity (Audio Editor)
📌Others

  • ente: Privacy-focused Photos backup / Authenticator / Multi-Platform
  • Syncthing: File Sync เช่น รูปภาพ, เอกสาร, password ข้ามอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้ง Linux, Windows, Mac และ Android
  • VLC Player: โปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดียที่รองรับเกือบทุกนามสกุล
  • Home Assistant: Home Automation
  • Jan.ai: Local LLM
  • bazaar : App Store for Linux

Running Snowflakes to help censored people

Speaker Roger Dingledine

Snowflake ตอนแรกผมไปนึกถึง Software อีกตัวที่ทำงานด้าน Data นะ แต่ใน Talk ฟังแล้ว Wow มันเป็น Software ที่ต่อยอดมาจาก TOR Network ที่ช่วยผู้คนในพื้นที่ที่มี Block / Censor เนื่อหาอย่างรุนแรงเข้าถึงเนื่อหาภายนอกได้ อารมณ์เหมือนเป็น Proxy ไปเข้่า TOR Network โดยมีหลักการทำงานที่เข้าใจมาตามนี้

  • WebRTC - ทำให้ Block ยากและมี Impact ไปถึงยอดนิยมด้วยพวก Zoom, Google Meet หรือ Signal
  • Snowflake Proxy - เกิดจากอาสาสมัครมาทำหน้าที่ Edge Service พวกนี้เป็นช่องทางต่อออกเครือข่าย Tor
  • Broker - จับคู่ Client กับ Snowflake Proxy

Use Case ที่น่าสนใจ มีหลายมุมนะช่วยเหลือ และปกปิดตัวตน เช่น

  • ลาว: ช่วยเหลือผู้ที่ถูกหลอกลวงจาก Scammer แล้วหนีออกมาได้
  • ไทย: Private คุยสำหรับการเมือง ช่วงกีฬาสี
  • รัสเซีย / อิหร่าน / จีน : ที่มีการคุมการเข้าถึง Internet รุนแรงใช้ Snowflakes มาติดต่อโลกภายนอกได้ //เขียนจบ ไม่มีคนบุกบ้านใช้ไหม 555

ถ้าอยากช่วยเหลือมีหลายมุม ถ้าไม่มีความรู้ Technical อาจจะทำหน้าที่ Snowflake Proxy

  1. Browser Extension: ติดตั้งส่วนขยายบน Chrome หรือ Firefox ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้รับความนิยมที่สุด
  2. Web Page: เพียงแค่เปิดหน้าเว็บที่มี JavaScript ของ Snowflake Run แต่หลัง Browser จะ Block Tab ไว้่
  3. แอป Orbot (Mobile): เปิด "Kindness Mode" ในแอป Orbot บน Android หรือ iOS เพื่อแบ่งปันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้อื่น
  4. Standalone Proxy: Run Server เลย อาจจะต้องมีความรู้+ Resource

อีกอันเข้าไปแก้ไข Code

  • Standalone Proxy - Golang ในส่วน Client, Proxy และ Broker หรือ สนใจด้าน WebRTC ไป Contribute lib pion
  • Browser Extension - JavaScript รวมถึงส่วน Web Page ที่ฝาก Script Snowflakes
  • Gamification สร้างแรงจูงใจ เพื่อแสดงให้อาสาสมัครเห็นว่าได้ช่วยเหลือผู้คนไปมากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความภูมิใจและส่งเสริมให้ส่วนร่วมมากขึ้น

Resource: https://snowflake.torproject.org/

Testing Is Everyone’s Job (and Why That’s Hard)

Speaker Jazmine Calma

📌ปัญหาของ QA ตอนนี้

  • Testing Happen After Decision การทดสอบทำหลังจากสร้างออกไป หรือเอา Code Branch หลักไปแล้ว ทำให้ดักยาก
  • QA as Safety Net ? - ทีมมักคาดหวังให้ QA แบกรับความเสี่ยง แรกกดดัน
  • Bug > How did QA miss (Blame Culture) - จริงถามว่า "ทีมพลาดตรงไหน? ไม่ใช่มองทุกอย่างเป็นความผิดของ QA

📌Testing Is Everyone’s Job (and Why That’s Hard) - จริง Apply Open Source / Flow ปกติเลย

  • Contributors มีทักษะและบริบทที่ต่างกัน การแก้ไข อาจจะไม่เข้าใจ Impact
  • การทดสอบมักถูกมองว่าเป็น Optional
  • ไม่มีเจ้าของงานที่ดูแลเรื่องคุณภาพ พอไม่ชัดเจน "เดี๋ยวคนอื่นก็ตรวจเอง" (ถ้าที่ บ ผมเป็น Motto จาก Senoir บางท่านเลย ลูกค้าต้องเทสเอง)
  • สุดท้าย Bug ถูกพบช้า / QA + Team เกิดอาการ Burnout / Slow Release

📌Key is Shared Responsibility

  • Shift Left: เริ่มพูดคุยเรื่องการทดสอบ (Edge cases และความเสี่ยง) ตั้งแต่ก่อนเริ่มเขียนโค้ดหรือในช่วงวางแผน
  • Risk-Based Thinking: มุ่งเน้นไปที่จุดที่จะสร้างความเสียหายมากที่สุดหากเกิดความผิดพลาด (What would hurt most if it fails?)
  • QA ไม่ใช่ Gatekeeper ที่คอยขวางงาน แต่ควรทำหน้าที่เป็น Coach และผู้สื่อสารเรื่องความเสี่ยงที่ช่วยให้ทีมทำงานได้ดีขึ้น
  • สิ่งที่ Developer ช่วยได้: ใส่บริบท (Context) ใน Pull Request (PR) ให้ชัดเจน คุยกัย QA ก่อน และทดสอบก่อนส่งถึงมือ QA

📌ในช่วง QA มีคำถาม แต่จะเกี่ยวกับ AI เลยมาขอ Recap ตามที่ฟังทันนะ

  • AI จะมาแทนที่ QA หรือไม่? >> ไม่ เพราะ AI ยังขาด Empathy และไม่เข้าใจ User มักจะทดสอบ Happy Path
  • Vibe Coding ส่งผลต่อคุณภาพงานอย่างไร? >> Low Quality Code เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Security Gaps)
  • Code ที่เพิ่มขึ้นจาก AI เป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับ QA หรือไม่? >> เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะ Bugs / Risk และ Security Issue เพิ่มขึ้นตามด้วย ทำให้บทบาทของ QA ยิ่งมีความสำคัญ ในการช่วยตรวจสอบสิ่งที่ AI หรือ Dev อาจมองข้ามไป

From Contribution to Coordination: The New Bottleneck in Open Innovation

Speaker Ranida Nuangjhamnong

📌Contribution & Coordination

  • Contribution - Create Possibility เช่น การส่ง Pull Request / การสร้าง Lib ใหม่ขึ้นมา
  • Coordination - Increase Coherence / share idea และปรับให้ดีขึ้น หา คนที่มี pain เดียวกัน

📌ยิ่งระบบใหญ่และซับซ้อน การ Shared Understanding & Context เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ทุกคนเห็นทิศทางและเป้าหมายของโครงการ โดย Open Source มีระบบนี้อยู่แล้ว

  • Maintainer ช่วยกำหนดทิศทางของโครงการ
  • Pull Request เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเข้ากับส่วนอื่นๆ ได้ดี
  • การพูดคุยใน Issue และการวาง Roadmap ของโครงการ

📌สุดท้าย งานของเราเชื่อมโยงกับคนอื่นอย่างไร และมีคนมี Pain เดียวกับเราไหม Share และสร้าง Impact ให้ชุมชน

From Blank Page to Dynamic Dashboard: The Art of GitHub Profiles

Speaker Monthira Chayabanjonglerd

📌 สำหรับอันนี้มาแนะนำการทำ GitHub Profile กัน โดย

เริ่มต้นจาก สร้าง Repository ชื่อเดียวกัน user เรา + สร้างไฟล์ README.md

📌 จากนั้นมาดูส่วนประกอบกัน

  • Cover Image - ขนาด 1000 x 300 px นึกไม่ออกให้ AI
  • About Me - เขียนเอง หรือ นึกไม่ออก ลองไปใช้ gh-profile-readme-generator
  • Website & Social Media - แปะตามสะดวก
  • Latest Blog - เอา blog-post-workflow มาช่วยทำ GitHub Action
  • Tech Stack - เอาจาก https://shields.io / Badges4-README.md-Profile
  • Github Stat - เอาจาก github-readme-stats อันนี้แนะนำให้ Host เองติด Limit การใช้ PAT
  • Support / Donate - อันนี้แต่ละเจ้าอย่าง Kofi / Buy me a coffee มีตัว Gen เอา Code มาแปะได้

📌 ซึ่ง Speaker มี Blog เต็มๆ + Slide แล้ว

Hackerspaces as Small-Scale Production and Repair Networks for Low-Cost Open Hardware

Speaker Mitch Altman

📌สำหรับอันนี้ Speaker มาเล่าตัวเองเด็กเนิร์ดที่ถูกกลั่นแกล้ง เลยหนีไปติด TV จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเลิกดูทีวีในปี 1980 ซึ่งทำให้เขามีพลังงานกลับมาทำสิ่งที่รักอย่าง Electornic ค่อยขยับมาเรื่อยจนมาเป็นทีาปรีกษา Silicon Valley และร่วมประดิษฐ์ Virtual Reality (VR)

📌หลังจากกลับมาเข้ามี Tools อย่าง TV-B-Gone ที่ต้องการจะปิด TV ที่มันรบกวนสมาธิตัวเอง เลยมาทำเครื่องมือนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนแรกคิดว่ามันจะขายได้น้อย หลักพัน ภายใน 5 ปี แต่ทว่าดังเป็นพลุแตกตอนปี 2004 ขายได้ 20,000 ชุดภายใน 3 week และสุดท้ายมันขายได้เกือบล้านชุดแนะ โดย Key ของความสำเร็จ Open Hardware

Open Hardware - เปิดหมดทั้งขั้นตอน และวิธีทำ มันเลยทำให้มีคนไปต่อยอดอีกมากมาย

📌นอกจากนี้ยังไปงาน Hacker Conference งานแรกจะเป็นงาน Hackers on Planet Earth (HOPE) และไปอีกหลายงานๆ Key Community > Power to make Something Bigger โดยสิ่งที่สำคัญปรับทัศนคคติของเราก่อน

  • Hacking - ไม่ใช่เรื่องการเจาะระบบคอม แต่คือการมองเห็นทรัพยากรที่คนอื่นมองข้าม (แม้แต่ขยะ) มาสร้างตาม Idea ใหม่
  • Hacking - เข้าไปได้ทุกสายอย่าง ศิลปะ ดนตรี วิทยาศาสตร์ การศึกษา บราๆ โดยผ่านทำ Hands-on / Project Base learning through play ให้เกิดการเรียนรู้

ซึ่งการทำแบบนี้มี Hackerspace พื้นที่มาสุ่มหัว ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความมั่นใจ ระดมสมอง และจากงานทำเล่นๆ อาจจะขยับไปแก้ปัญหาที่ใหญ่ได้ จนไปถึงเป็น Startup หา Funding ต่อได้เลย

ถ้าสนใจจะเริ่มลองดูจาก hackerspaces.org / Hackerspace Design Patterns / How to Create a Hackerspace

A week in a life with Kubernetes Community - Life as an APAC contributor

Speaker Wendy Ha

📌ตอนนี้ทุกคนน่าจะรู้จักเจ้าตัว K8S แล้วที่นี้ ถ้าอยากมีส่วนร่วม Speaker มาบอกเล่า Guideline กันครับ แอบบแหว่า Zone SEA คนมีส่วนร่วมยังน้อยอยู่ อาจจะเพราะเรื่อง Time Zone แต่จริงๆไม่เลย เพราะการทำงานของ K8S Team เป็นแบบ Asynchronous

  • ไม่จำเป็นต้องเข้าประชุมตลอด ส่วนใหญ่ทำผ่าน Slack, GitHub Issues และ Pull Requests (PR)
  • หากเข้าประชุมไม่ได้ สามารถฝากหัวข้อ + ติดตามผลภายหลัง

📌ก่อนมาทำเข้าใจ SIG (Special Interest Group) เป็นกลุ่มที่ทำงานกับส่วนต่างใน K8S ตอนนี้มี 30+ เช่ย

  • SIG Node: ดูแลส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Node
  • SIG CLI: เน้นการพัฒนาเครื่องมืออย่าง kubectl
  • SIG ContribEx : สำหรับมือใหม่ มีงานที่ไม่ต้องเขียนโค้ด (Non-coding) เช่น การดูแล Slack, YouTube หรือการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) //น่าจะใช่

📌พอเรารู้และว่ามีกลุ่มอะไร ไปดูเวลาแต่ละ SIG Active จะประมาณนี้ เลือกตามเวลาที่ได้ และเราพร้อม

  • วันอังคาร (16:00 Zone เวลาญี่ปุ่น): เข้าร่วม SIG Scheduling ซึ่งมี Tech lead อยู่
  • วันอังคารที่ 3 ของเดือน: มี New Contributor Orientation
  • วันศุกร์: เข้าร่วม SIG Instrumentation เพื่อเรียนรู้เรื่องการเก็บ Log และ Metric เป็นต้น

📌สุดท้าย Connect กับ CNCF Ambassador ในไทย และ ตปท หรือ ไป Meetup ล่าสุดในไทยมี CNCG#4 Observability Day หรือ จะไป CNCF Slack ก็ได้นะ

Balancing Community Impact and Motherhood: A Journey in Women in Tech

Speaker Punsiri Boonyakiat

📌Speaker เป็นทั้ง Google Developer Expert (GDE) / LINE API Expert / Employee และคุณแม่ด้วย ดังนั้นต้องมา ฺBalance ส่วน ครอบครัว, งาน/ชุมชน, ส่วนตัว เพื่อไม่ให้เกิด Burnout

  1. Seasonal Best Contribution: - แบ่งเวลา ไม่จำเป็นต้องทำตลอด เลือกเวลาที่เหมาะสม ในการ Contribution
  2. Manage Your Strength: เลือกรูปแบบการมีส่วนร่วม ไม่จำเป็นต้องเป็น Speaker แต่อาจสลับไปเขียน Blog / Mentoring / Behide the scene
  3. Protect Your Energy: รักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง
  4. Consistency Over Intensity: เน้นความสม่ำเสมอ ทำที่ละนิด มากกว่าการหักโหมเป็นอัจริยะข้ามคืน มันกดดันร่างกายและใจ
  5. Accept Support: ยอมรับความช่วยเหลือจากชุมชน เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน เพราะเราไม่ได้เดินอยู่คนเดียว

📌นอกจากนี้เอาหลักการ Agile - Retrospective มาช่วยปรับจูนในครอบครัว / Switching Roles / รวมถึงการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว และมีการเก็บ Data เล็กๆน้อยๆ เพื่อเอามา Feedback สมเป็น Data Eng จริงๆ

📌สุดท้าย Leverage tools / Skill, Identity (รู้จักจุดแข็งของตนเอง), Fighting Balance (จัดการชีวิต), และ Embrace diversity เป็น L.I.F.E

Community at the Core, Enterprise at Scale: How PostgreSQL Thrives Through Collaboration

Speaker Rajni Baliyan

📌PostgreSQL - มีจุดเริ่มต้นจากงานวิจัย UC Berkeley ในปี 1970 (Ingres) และปี 1994 คุณ Yu + Chen มาปรับให้รองรับ SQL จากนั้น Rebrand เป็น Postgres

📌ปัจจุบันกลายเป็นฐานข้อมูลโด่งดัง และเป็นตัวเลือกแรกของนักพัฒนา โดยมีการเติม Feature ตามรูป

📌Commmercial Org ช่วย PostgreSQL อย่างไร

  • Direct Funding - ให้เงินทุน องค์กรต่างๆ (เช่น Percona, AWS, Fujitsu) ช่วยสนับสนุนการจัดงาน Contributer / Conference / Community เนื่องจากตัวโครงการเองเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
  • Scale Validation - ให้ ENV + Data ทดสอบในเคสต่างๆ
  • Engineering - ส่ง SW Eng ช่วยเขียนโค้ด แก้ไขบั๊ก และนำประสบการณ์จาก Prod ตัวเอง มาปรับ Core Product
  • Ecosystem Tooling - การพัฒนา Extensions สำหรับการ Backup / Monitoring / Security / HA เป็นต้น
  • Support - Training / แนะนำ Best Practice / รวมถึงสร้างความมั่นใจด้วยการ Support 24 x 7

📌นอกจากนี้ตัว PostgreSQL ยังเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครได้

  • Governance - มี Core Team ที่ไม่มาจากองค์กรใครองค์กรหนึ่ง มาจาก Merit-based leadership (ความรู้ ความสามารถ)
  • PGCU EU ทำหน้าที่จัดการทรัพย์สินและเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันการผูกขาด (No Single Vendor Lock-in)
  • Permissive PostgreSQL License

📌ความท้าทายเวลาเอา PostgreSQL ไปใช้จริง

  • Operation Support Gaps - แต่ละที่มี KM แก้ปัญหาของตัวเอง
  • Observability fragmentation - Monitoring tools ที่กระจัดกระจาย ทำให้ดูยาก
  • Complexity at scale
  • Risk Management - Security / Supply chain resilience

📌การจะแก้ตรงนี้แชร์กันระหว่างชุมชน อีกมุมมองได้ว่าเกิด Gap ให้มาทำ Tools เสริมได้ อย่าง Cloud ค่ายๆต่างมาทำ Manage Service เสริมปิด Gap ไป นอกจากนี่มีอีกหลายมุม

📌Contribution มีหลาย Role เช่น

  • User / operator - ปรับปรุงคู่มือ runbooks / share case
  • Develops - Patch / Review Code / Improve Tools .. .
  • Commmercial Org - Support funding / allow contribution time
  • Newbe - Issues / ปรับปรุงคู่มือ / Test ..

Making MySQL Community Stronger

Speaker Peter Zaitsev

📌นิยามชุมชน MySQL มี 3 ส่วน User (Dev / DBA ...) / Contributors (Update Code Patch) และ Vendors (คนที่นำ MySQL ไปหากิน

📌ความท้าท้ายของ MySQL

  • PostgreSQL มีความนิยมแซงหน้า MySQL หลังถูก Oracle ซื้อไป โดยแซงขึ้นมาอย่างชัดเจนปี 2023
  • Proprietary & Cloud - ในระบบปิดของ Oracle Feature พิเศษมีที่เดียว
  • การพัฒนาที่มี Process ซับซ้อน ทำให้ส่ง Code ได้ยากและ รวมถึงการลด Resource ของทีม MySQL ไปเน้น AI ของ Oracle
  • ปี 2026 Oracle เราจะทำตามสัญญาของเวลาอีกไม่นาน แล้ว MySQL Strong ตามนี้

📌Idea หลังจากนี้ของ MySQL

  • Vendor-neutral Association - แบบ Postgres อันนี้จะต่างกับ MariaDB มีบริษัท MariaDB PLC และมูลนิธิ MariaDB Foundation ทำงานร่วมกัน
  • The Right to Fork - เพื่อต่อต้านการผูกขาดต้องรักษาสิทธินี้ได้ อย่างเคส MariaDB หรือ Valkey (ที่แยกมาจาก Redis)
  • Competition - การมี Fork หลายๆตัวทำให้เกิดการแข่งขัน MariaDB เกิดมาทำให้ Oracle มาสนใจ MySQL
  • Ecosystem - นอกจาก doc แล้ว ยังรวมถึง protocol ด้วย อย่าง TiDB หรือ OceanBase ที่ใช้ทำใหม่ แต่ให้ MySQL protocol compatibility
  • Community - Not the time to relax เราต้องตรวจสอบว่า Oracle จะทำตามสัญญาของเวลาอีกไม่นาน แล้ว MySQL Strong
  • Fit By Use Case - ไม่จำเป็น MySQL ถ้า Fork ไหนเก่งกว่า JSON เยอะ MySQL เก่ง / Vector Search สำหรับงาน AI ทาง MariaDB หรือ Scale ไปทาง TiDB

From Code to Commerce: Open Source Business Models

Speaker Michael Meskes

📌Open Source is not a business model

  • สิ่งที่ Open Source เป็นโอกาสที่ช่วยสร้าง Product ได้ไวขึ้น และตัดสิงที่ต้องทำเองออกไป จะได้ไป Focus Biz Product
  • ตัวอย่าง Michael Stonebraker (PostgreSQL) Linus Torvalds (Linux Kernel) / Ian Murdock (Debian) / Michael "Monty" Widenius (MySQL) / Richard Stallman (GNU Project) ไม่ได้คิด Business Models

📌Open Source + Business Models ยุคก่อน Cloud

  • ยุคแรก CD มันรวม Software Open Source นึกถึง Pantip สมัยเด็กเลยๆ
  • Service - ติดตั้งและดูแลระบบ มอง Quick win ของลูกค้า ที่ไม่อยาก Setup + Best Practise + Expert + Support
  • Training + Certification - จะได้รู้ว่ามีความรู้จริง

📌นอกจากนี้แล้วตัว Open Source เอามีพวก License จุกจิตามรูปเลย

📌แต่มันทำให้เกิดอีก Idea

  • Open Core:
    - ซอฟต์แวร์หลัก (Core) เป็น Open Source
    - แต่ Feature พิเศษขายนะ (Proprietary) ทำ On Top Open Source ให้กับลูกค้าองค์กร
  • Licensing มันมีทั้งฟรี และไม่ฟรี
    - PostgreSQL - เปิดหมด แต่ต้องบอกว่านำของเค้าไปใช้งานจะต่อยอดอะไรก็ได้
    - Dual License - MySQL ที่มีการควบคุมลิขสิทธิ์แบบเอาไป Dev ได้ แต่ถ้าใช้จริงต้องซื่อ License ด้วย + Feature พิเศษ อันนี้ทำให้ Dev Contribute ได้ยาก บางอัน อาจจะไปขัดขากันได้

📌Open Source + Business Models ยุค Cloud + SaaS

  • SaaS (Software as a Service) - ดูทุกอย่างเลย User เข้ามาใช้งานพอ + subsscription คุมทุกอย่างทำให้มุมมองของนักลงทุนมีมูลค่าสูงกว่า 10 เท่า / Software House 5 เท่า / Service 2 เท่า (ช่วงนี้ AI มาทำลายอยู่นะ)
  • Hyperscalers (Cloud Provider) - มักนำ Open Source ไปปรับแต่ง และลด Cost และนำมาขาย
    - Manage Service
    - Add On Feature (From Open Source)
    - New Manage Service ทื่ทำหน้าที่คล้ายกับ Open Source

แต่ทำให้บาง Open Source Project เปลี่ยน License เพื่อป้องกันคู่แข่ง เช่น เคสของ Mongo, Elasticsearch, Terraform และ Redis กันการ Fork แยก แต่เอาจริงเราเห็นการเปลี่ยนแปลง License มาเยอะนะ ผมชอบ History repeat itself

การมาของ Container เป็นส่วนช่วยให้ Open Source ไป Cloud ได้ง่าย สะดวก และตัวมันเองก็เก่งกว่าตัวเสียเงิน อย่างตัว Kube เป็นต้น และสุดท้ายจริงๆ น่าจะพูดช่วงแรก + QA AI มีความคลุมเครือเหมือนยุค dotcom โดยเฉพาะ License ที่ต้องรอดูต่อไป

Apache Airflow 101 (with Cloud Composer) | Beginner-Friendly Introduction

Speaker Nicha Runglerdkriangkrai

📌Problem Before

  • Separate Jobs: งานใน ETL pipeline มักจะแยกกระจายเป็นหลายงาน เช่น งาน Extract, Transform, Load รันคนละเวลา หรือรายปีตามแหล่งข้อมูล ตามยาก
  • ไม่มีหน้าจอ UI เดียวที่สามารถดูภาพรวมของ Workflow ทั้งหมดได้
  • ยากต่อการแก้ไขปัญหา - ต้องเข้าไปดูแต่ละ pipeline เอง

📌What is Apache AirFlow

  • Open-source ที่ใช้จัดการ Workflow >> Orchestrator จัดการ Pipeline มองเป็น Conductor บอกให้นักดนตรี (Worker) เล่นเครื่องดนตรี (Operator) ตามโน้ตเพลง (Code/DAG) ที่เขียนไว้
  • AirFlow Solves - เห็นภาพรวม (Flow DAG - เขียนด้วย Python) / สถานะงานชัดเจน / Track Log ได้ง่าย

📌AirFlow Core Components

  1. DAG (Directed Acyclic Graph): ตัวกำหนดว่ามี Task อะไรบ้างและทำงานต่อกันอย่างไร
  2. Scheduler: ตัวตัดสินใจว่า Task ไหนควรเริ่มตามเงื่อนไขเวลาและลำดับที่กำหนด
  3. Executor: ตัวตัดสินใจว่าจะส่ง Task นั้นไปรันที่ไหน
  4. Workers: ส่วนที่ลงมือทำงานตามคำสั่งจาก Scheduler
  5. Metadata Database: ที่เก็บข้อมูลประวัติการทำงานและสถานะต่างๆ
  6. Airflow UI: หน้าเว็บสำหรับให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการ Workflow

📌How AirFlow Works

  • Scheduler จะอ่านไฟล์ DAG (เปรียบเหมือนแผนงาน) แล้วส่งคำสั่งไปยัง Executor (เปรียบเหมือนหัวหน้าทีม)
  • Executor มอบหมายงานให้ Worker (เปรียบเหมือนสมาชิกในทีม) ไปจัดการ
  • Worker ทำงานเสร็จแล้วจะส่งข้อมูลสถานะกลับไปเก็บที่ Metadata Database และเก็บ Log ไว้ใน Storage
  • Airflow UI จะดึงข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงผลบนหน้าจอให้เราเห็น

📌Airflow Cloud Composer

  • Managed Service บน Google Cloud: เป็นการใช้งาน Airflow โดยที่ Google จัดการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ให้
  • ลดภาระการดูแลระบบ: ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่า Server เอง สามารถโฟกัสที่การเขียนโค้ด DAG ได้เลย
  • Scale อัตโนมัติ: สามารถขยายจำนวน Worker ได้ตามจำนวนงานที่รันอยู่ในขณะนั้น

📌Sample Use Case - ETL Pipeline: ตัวอย่างโปรเจกต์คือการดึงข้อมูล CSV -> ประมวลผลด้วย Python -> เก็บใน Cloud Storage ในรูปแบบไฟล์ Parquet (ซึ่งมีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพกว่า CSV) -> แล้วโหลดข้อมูลเข้า BigQuery เพื่อนำไปใช้งานต่อ

หลังจากนี้พวก Lighting Talk 5-6 นาที ขอ Recap สั้นๆ //ใช้สมองเยอะ เพราะ Session บ่าย-เย็น พูดไวเกิ้นนนน นอกจาก Speaker คนไทย ผมฟังไม่ทันคร้าย 555

Scrum Helper: A Simple Way for Coordinating Open Source Development

Speaker Vedansh Saini

Idea: เจอปัญหากิจกรรมที่กระจัดกระจายบน GitHub หรือ GitLab (เช่น Commit, การรีวิว PR) ทำให้ดูยาก

Solution:

  • ปรับให้เป็นรายงานสถานะที่มีโครงสร้าง (Structured) ช่วยลดภาระของ Contributors ในการเขียนรายงานสรุปด้วยตนเอง และช่วยให้ Maintainers ติดตามงานได้ง่ายขึ้น
  • Browser Extension ที่ทำงานแบบ Local, รองรับ GitHub และ GitLab, มีการเชื่อมต่อกับ Gmail สำหรับส่งรายงาน และมีแผนจะเพิ่ม AI + Local Model เพื่อช่วยจัดหมวดหมู่ Commit ในอนาคต
  • Repo https://github.com/fossasia/scrum_helper

Starlog: Open Infrastructure for Language Preservation and Learning

Speaker Chisomo Banzi

Idea: Language is identity - Speaker มี Idea พัฒนาเครื่องมือที่ไม่ได้แค่สอนภาษาทั่วไป แต่เน้นไปที่การอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นหรือภาษาที่หาเรียนยาก (Heritage Languages) เช่น ภาษาพื้นเมืองในไต้หวัน โดยใช้หลักการจดจำด้วยภาพและพื้นที่ (Spatial Memory)

Solution:

  • Flow ทำ Tools
    - Starlog (Capture): A[[ สำหรับบันทึกคำศัพท์จากชีวิตจริง สร้างคลังคำศัพท์ (Decks) ของตัวเอง, อัดเสียงเจ้าของภาษา, และแบ่งปันข้อมูลกับชุมชน อันนี้ Open Source
    - Constellations (Learn): VR (Virtual Reality) ผ่าน Meta Quest โดยจะเปลี่ยนชุดคำศัพท์ให้กลายเป็น กลุ่มดาวในอวกาศ เพื่อช่วยให้สมองจดจำคำศัพท์ได้ดี
    - Voyager / Missions (Practice): ระบบจำลองการสนทนาด้วย AI ที่ปรับระดับตามความสามารถของผู้เรียน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ฝึกพูดในสถานการณ์จริงบน VR หรือ iPad
  • รวมๆ Speakeasy3D คือ Platform ที่รวมเอา AI, VR และการมีส่วนร่วมของชุมชน มาช่วยเป็นเครื่องมือในการเรียน

Building AI-Powered Interactive Maps with Open Data

Speaker Louis Yoong

Idea: อยากทำ Photorealistic + AI เพื่อเอามาเสริมสร้างประสบการณ์ของ User เช่น Fly Camera ตามพิกัดข้อมูล หรือการสร้าง AI Assistant สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ในแผนที่ของ Traveloka

Solution: ทำระบบขึ้นมา โดยใช้

  • Google Maps Platform (Photorealistic 3D Maps, Map ID)
  • Mapbox (API, MCP Server)
  • Open Data - เอาข้อมูลจาก geojson.io/ มาเชื่อม Map Marker
  • Gemini + GenKit - แปลงที่เราบอกไปเป็น Map Actions

Voices Across Borders: Building Inclusive Tech Communities

Speaker Shin Thant Tint Tal / Ma. Estella Bravo / Tari / Velia Dang

เน้นการสร้างชุมชนเทคโนโลยีและสำหรับทุกคน โดยจะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์การก้าวเข้าสู่โลก Open Source และ Tech โดยเฉพาะจากมุมมองของนักศึกษาที่ไม่ได้จบสายตรง (เช่น บริหารธุรกิจ) หรือผู้หญิงในสายงานเทคโนโลยี อย่าง Speaker หัวข้อ AirFlow (Elec Eng > Data Eng)

AI GP Doctor

Speaker Tari

Idea: สร้างระบบที่สามารถประมวลผลข้อมูลทางการแพทย์จากหลายรูปแบบ (เช่น เสียงพูด, ข้อความ, รูปภาพ) มาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อประเมินอาการป่วย โดยระบบจะทำงานวนลูปจนกว่าจะได้ระดับความเชื่อมั่น (Confidence level) ที่สูงพอจึงจะแสดงผลการวินิจฉัย

Solution: เอา Model หลายตัวมารวมกัน Whisper Model (สำหรับแปลงเสียงเป็นข้อความ), BioBERT สำหรับวิเคราะห์ทางการแพทย์), Vision Models (สำหรับวิเคราะห์รูปภาพ)

Manage Your Call for Speakers, Reviews, Schedule with Eventyay

Speaker Velia Dang

การแนะนำฟีเจอร์ใหม่ของ Eventyay All-in-one สำหรับผู้จัดงานประชุม ตั้งแต่การเปิดรับสมัครวิทยากร (Call for Speakers) / การตรวจทาน Session / Review / Conflict of Interes), ไปจนถึงการจัดตารางเวลาที่ง่ายขึ้น

และมี Feature Call a Propasal ที่เจ้าอื่นอย่าง EventBrite / TiTo ไม่มี

อ๋อปิดท้ายที่เกริ่นว่าตอนจะไป Onsite จริงจะไปฟังหัวข้อ Vibe Coding: Practical AI Workflows for Developers แต่ Speaker แจก Slide + GitHub ลองเล่น Model 7b และเครื่องร้อน 555 เดี๋ยวรอ Youtube อีกที

จริงอยากไป PGDay แต่มีประชุม ขอเป็นทีมตามดูย้อนหลังยาวๆ

ขอบคุณทีมงานที่จัดงานนี้ขึ้นมาครับ มี Live ด้วยดีมากๆ

Reference


Discover more from naiwaen@DebuggingSoft

Subscribe to get the latest posts sent to your email.